ธปท.ค้านปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

ธปท.ค้านปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ผู้จัดการรายวัน -แบงก์ชาติระบุการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพียงการรักษาอำนาจซื้อของเงินไว้เท่านั้น แต่ไม่ครอบคลุมตลาดแรงงานในระบบทั้งหมด แนะกระทรวงแรงงานควรวางมาตรการให้บริษัททั่วไปมีการคิดเงินเดือนในบริษัทเดียวกันเป็นระดับ เพื่อช่วยลดการแบ่งชั้นเรื่องรายได้ ด้านผู้ประกอบการเองควรให้ช่วยเหลือลูกจ้างเป็นจุดๆ ตามปัญหาของแต่ละพื้นที่
       
        นางอัจนา ไวความดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการคลังกำลังที่จะเสนอให้รัฐบาลปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นว่า การปรับเพิ่มขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพียงการรักษาอำนาจซื้อของเงินไว้เท่านั้น จึงควรหันไปให้เงินช่วยเหลือด้านอื่นดีกว่า และกระทรวงแรงงานควรมีมาตรการให้บริษัททั่วๆ ไป ปฏิบัติในเกณฑ์เดียวกัน เช่นเดียวกับต่างประเทศในขณะนี้ที่ให้เงินเดือนแก่พนักงานโดยแบ่งเป็นระดับ
       
        นอกจากนี้ ในปัจจุบันการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพียงการกำหนดว่าในตลาดแรงงานต้องได้รับค่าจ้างอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าเกณฑ์อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนแรงงานที่เข้าตลาดแรงงานไม่กี่คน และหากมีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพียงกำหนดแค่เฉพาะกลุ่มแรงงานบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งในต่างจังหวัดและในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลก็มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่แตกต่างกัน
       
        “การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นเพียงการการกำหนดให้นายจ้างบริษัทต่างๆ จ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานในระดับอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และเป็นเพียงการรักษาอำนาจซื้อของเงินเท่านั้น แต่หากนายจ้างต้องการช่วยเหลือลูกจ้างก็อาจจะมีการเพิ่มเงินช่วยเหลือ เพื่อรักษาค่าจ้างให้อยู่ในระดับฐานเดิมไว้ก็ได้ หรือทำเหมือนกับต่างประเทศที่มีการปรับค่าจ้างแบ่งเป็นระดับต่างๆ”
       
        ผู้สื่อข่าวจากธปท.รายงานว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่มีการชะลอตัวลงในขณะนี้ ซึ่งปัจจัยหลักๆ มาจากทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นตาม ประกอบกับธนาคารพาณิชย์มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นตามนโยบายการเงินของธปท. เพื่อเป็นการดูแลเสถียรภาพของประเทศ ทำให้ประชาชนมีการชะลอการใช้จ่าย รวมไปถึงบริษัทเอกชนและภาครัฐก็มีการชะลอการลงทุนด้วย อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาชั่วคราวเท่านั้น
       
        โดยปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่ที่ 184 บาทต่อวัน ขณะที่พื้นที่ในต่างจังหวัดอัตราต่ำสุดอยู่ที่ 140 บาทต่อวัน ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีสภาพแวดล้อมและระบบเศรษฐกิจแตกต่างกันออกไป ทำให้ลูกจ้างได้รับอัตราเงินเดือนแตกต่างกันออกไป ดังนั้นในการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะทำให้ต้นทุนและค่าแรงเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นในขณะนี้นัก เพราะด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นตามแนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นอยู่
       
        นอกจากนี้ ปัจจุบันจำนวนบริษัทที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามเกณฑ์ของกระทรวงแรงงานมีจำนวนไม่ครอบคลุมตลาดแรงงาน อีกทั้งหากมีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นักลงทุนที่มีฐานผลิตในประเทศไทยจะหันไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำน้อยกว่ามากขึ้น เพราะจะช่วยลดภาระจำนวนรายได้ที่ต้องจ่ายให้กับลูกจ้าง ดังนั้นหากผู้ประกอบการจะเข้าไปช่วยเหลือลูกจ้าง ควรดูแลเป็นเรื่องๆ ดีกว่า ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีปัญหาแรงงานที่แตกต่างกันออกไป

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




ลงวันที่ 16/06/2006 12:31:51
จำนวนผู้ชม 1572 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์