มนุษย์เงินเดือนเฮ ครม.ไฟเขียวยกเว้นภาษีลูกกตัญญูภาค 2 นำค่าเบี้ยประกันที่จ่ายให้กับบุพการีมายกเว้นภาษีเงินได้ กับยกเว้นภาษีเงิน ได้กรณีที่นายจ้างออกค่าประกันให้ บรรเทาภาระรายจ่าย
นายทนง พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันอังคารที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนนโยบายพัฒนาสังคม โดยมุ่งสนับสนุนด้านการประกันสุขภาพให้แก่บิดามารดาและพนักงานลูกจ้าง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1.ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย สำหรับกรมธรรม์ประกันสุขภาพให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักร เพื่อเอาประกันภัยสำหรับบิดามารดาของผู้มีเงินได้หรือบิดามารดาของคู่สมรสที่มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท
2. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่นายจ้างได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย ในส่วนกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มเฉพาะที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อเอาประกันภัยสำหรับลูกจ้าง สามี ภรรยา บุพการีหรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง
หรือในกรณีที่ลูกจ้างมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศในขณะที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว ทั้งนี้กรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจะต้องมีกำหนดระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี โดยมาตรการดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2549 เป็นต้นไป
นายทนงกล่าวต่อว่า มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนนโยบายพัฒนาสังคมข้างต้น นอกจากจะช่วยสนับสนุนในการสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเข้มแข็ง สามารถดูแลสมาชิกได้อย่างมีคุณภาพ ยังเป็นการสร้างหลักประกันด้านสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ และเป็นทางเลือกเพิ่มเติมของประชาชนในการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้มาตรการภาษีดังกล่าวยังมุ่งเน้นการประกันสุขภาพแก่ลูกจ้างและส่งเสริมให้มีการจัด สวัสดิการแก่ลูกจ้างและครอบครัวให้มีความมั่นคงและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายปัจจุบันที่กำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้แก่ลูกจ้างที่ได้รับค่ารักษาพยาบาลด้วย ส่วนผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐในด้านการจัดเก็บภาษีคาดว่าจะมีไม่มากนัก แต่มาตรการนี้จะมีส่วนช่วยลดภาระการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในด้านสุขภาพได้อีกทางหนึ่ง
แหล่งข่าว : ประชาชาติธุรกิจ