เงินเฟ้อลดแล้ว มิ.ย.อยู่ที่ 5.9% "การุณ" คาดครึ่งปีหลังชะลอตัว ยันทั้งปี 4-4.5% "สมคิด" สั่งลุยธงฟ้าเคลื่อนที่ เจาะกลุ่มข้าราชการ ผู้ใช้แรงงาน ปิ๊งผุดสถานพยาบาลธงฟ้า "ศิริพล" เซ็ง!
บริษัทต่างชาติขู่ฟ้อง ฐานเตะถ่วงอนุมัติขึ้นราคาสินค้า แจงไม่ได้เลือกปฏิบัติ หุ้นดีด 5.85 จุด
นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า เงินเฟ้อ เดือนมิ.ย.49 เทียบเดือนพ.ค.49 ไม่เปลี่ยนแปลง เทียบเดือนมิ.ย.2548 สูงขึ้น 5.9% ซึ่งลดลงจากเดือน พ.ค. ที่อยู่ระดับ 6.2% และเฉลี่ย 6 เดือนแรกปีนี้เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สูงขึ้น 5.9% ส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินโครงการธงฟ้าอย่างต่อเนื่อง
"แรงกดดันเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมา ตัวหลักคือน้ำมัน และสิ่งที่ต่อเนื่องจากน้ำมัน เช่น ค่าโดยสาร ค่าไฟฟ้า และเดือนก่อนมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมรถไฟ ค่าอุปกรณ์การเรียน แต่ขึ้นครั้งเดียวแล้วจบ คาดว่าหลังจากเดือนก.ค. เป็นต้นไป เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดต่ำลง คาดทั้งปีจะอยู่ที่ 4-4.5% จะปรับตัวเลขหลังจากเดือนได้ตัวเลขเดือนก.ค. แล้ว" นายการุณกล่าว
สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือนมิ.ย.เมื่อเทียบเดือนพ.ค.49 สูงขึ้น 0.1% เทียบเดือนมิ.ย.48 สูงขึ้น 2.7% และเฉลี่ย 6 เดือนแรกปีนี้กับช่วงเดียวกันปีก่อนสูงขึ้น 2.7%
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในไปดำเนินการจัดทำโครงการธงฟ้าเคลื่อนที่ ขยายไปสู่กลุ่มข้าราชการและผู้ใช้แรงงาน โดยนำสินค้าราคาถูกและสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพไปจำหน่ายถึงสถานที่ทำงาน เพื่อลดค่าครองชีพให้คนกลุ่มนี้
"ที่ผ่านมา โครงการธงฟ้าถือว่าประสบผลสำเร็จ สามารถช่วยลดแรงกดดันด้านราคาสินค้า ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนลดลงเป็นผลมาจากการที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลได้ดี ทั้งที่น้ำมันเป็นตัวกดดันอย่างหนัก แต่สินค้าก็ปรับขึ้นราคาไม่มาก แต่ไม่ได้หมายความว่า หากสินค้าใดต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง จะไม่ให้ขึ้นราคา โดยยังให้ขึ้นราคาได้ตามความเหมาะสม" นายสมคิดกล่าว
นอกจากนี้ ได้ให้กรมการค้าภายในไปหารือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ และโรงพยาบาลใหญ่ๆ เพื่อให้ส่งหมอที่พร้อมจะเสียสละมาเข้าร่วมโครงการสถานพยาบาลธงฟ้า โดยจะจัดสถานที่รักษาพยาบาลโรคทั่วไปในราคาถูก เพื่อบรรเทาภาระให้กับผู้มีรายได้น้อย เป็นอีกทางเลือกให้ประชาชน นอกจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายหนึ่งของต่างประเทศที่มีสาขาในไทย ขู่ที่จะดำเนินการฟ้องร้องต่อกระทรวงต่างประเทศ ศาล และกระทรวงยุติธรรม โดยระบุว่ากรมฯ ไม่เร่งดำเนินการพิจารณาการปรับขึ้นราคาสินค้าของบริษัท หลังจากที่ได้เสนอขอปรับขึ้นราคาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทมีภาระขาดทุนมหาศาล และกำลังจะถูกพิจารณาจากบริษัทแม่
อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งให้บริษัททราบว่าการพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้านั้น กรมฯ มีขั้นตอนและมีหลักปฏิบัติเหมือนกันทั้งบริษัทในประเทศและต่างประเทศ โดยต้องขอดูเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับต้นทุนย้อนหลัง 2 ปี ดูงบการเงิน กำไรขาดทุน และการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง ก็จะให้ปรับขึ้นราคา
ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเกือบ 60 บริษัทจากสินค้า 22 รายการขอปรับราคา แต่กรมฯ อนุมัติให้น้ำอัดลมเพียงรายการเดียวขึ้นราคา
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 ก.ค. ดัชนีปิดที่ 683.98 จุด เพิ่มขึ้น 5.85 จุด หรือ 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 10,308 ล้านบาท เป็นผลจากการที่เงินเฟ้อลดลงอยู่ที่ 5.9% โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 585 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 180 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 404 ล้านบาท.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส