สหภาพแรงงาน กสท ตบเท้ายื่นหนังสือ รมว.ไอซีที ต้องสรรหาบอร์ดใหม่แบบโปร่งใส หลังสืบวงในรับ ข่าวเรียกคนชุดเก่า 2-3 คนมานั่งอีกรอบ เกรงอำนาจผลประโยชน์เรื้อรังกระทบด้านบริหารและธุรกิจอนาคต
นายวัฒนะ เอี่ยมบำรุง ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า สหภาพฯได้เข้ายื่นหนังสือต่อ น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ให้พิจารณาถึงบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่กรรมการบริหาร หรือ บอร์ดชุดใหม่ ขอให้คัดเลือกผู้ที่เข้ามาเป็นคนใหม่ทั้งหมด โดยไม่ให้คัดเลือกบุคคลในชุดเก่ากลับเข้ามาทำงานในบอร์ดชุดใหม่อีก
ทั้งนี้ ทาง สหภาพฯ ได้รับข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องทราบมาว่า จะมีการแต่งตั้งบอร์ดที่ลาออกไปแล้ว ประมาณ 2-3 คน กลับเข้ามาทำหน้าที่ในบอร์ดชุดใหม่อีกครั้ง เพราะอาจจะส่งผลกระทบกับการบริหารและดำเนินธุรกิจของ กสท ในหลายโครงการ อย่างโครงการประกวดราคาระบบใบแจ้งหนี้(บิลลิ่ง) หรือ ไอ แบค ของบริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอ ภูมิภาค มูลค่า 1,800 ล้านบาท ที่เรื่องดังกล่าวได้ใช้เวลาดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 แต่ระยะเวลามีการยืดเยื้อ ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลาเกือบปี ซึ่งโครงการดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า ในการหาผู้ที่เข้ามาดำเนินการได้ ซึ่งในต้นปีหน้าบริการ ซีดีเอ็มเอภูมิภาค กสท จะต้องเปิดให้บริการแล้ว หากมีการคัดเลือดบอร์ดชุดเก่าเข้ามาทำหน้าที่ต่อก็อาจจะทำให้โครงการดังกล่าว มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องได้อีก
“อยากเรียกร้องให้ น.พ.สุชัย พิจารณาแต่งตั้งบอร์ดที่เป็นชุดใหม่อย่างแท้จริง ผมรู้มาว่าในการแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ในสัปดาห์หน้า จะมีการแต่งตั้งให้บอร์ดชุดเก่าบางคน กลับเข้ามาทำงานอีก ซึ่งคนที่จะกลับเข้ามาก็เป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ในการดำเนินโครงการต่างๆของ กสท หากให้เข้ามาทำงานอีกครั้ง ก็อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นได้”
ทั้งนี้เพื่อยืนยันว่า สหภาพฯไม่ต้องการให้มีการแต่งตั้งบอร์ดชุดเดิมบางคนเข้าไปในบอร์ดชุดใหม่ ทางสหภาพฯจะพิจารณาในเชิงกฎหมาย และปรึกษาผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรต่อไปได้ หาก น.พ.สุชัย ยังต้องการที่จะแต่งตั้งบอร์ดชุดเก่าบางคนเข้าทำหน้าที่ในบอร์ดชุดใหม่อีก
อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ ก่อนหน้านี้ ทางสหภาพฯ ต้องการให้ กระทรวงการคลัง และ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) คัดเลือกผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นบอร์ด ควรเป็นบุคคลเป็นกลาง มีความรู้ความสามารถ มากกว่าบุคคลที่มาจากฝ่ายการเมือง หรือบุคคลลักษณะคาบเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน โดยควรจะหาบุคคลเข้ามาทำหน้าที่แบบบอร์ด ของบริษัทการบินไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต บริษัท ไปรษณีย์ไทย ที่มีผู้เชี่ยวชาญ เป็นบุคคลนอก นักวิชาการ หรือ อาจารย์ในสถาบันการศึกษา ซึ่งตัวแทนบุคคลในแบบนี้เข้ามาบริหารอาจจะช่วยให้ กสท สามารถแข่งขันในมิติอื่น มีความหลากหลายในด้านบริหารมากขึ้น
“หากเปลี่ยนแปลงให้มีคนใหม่ ได้คนใหม่ และมีความหลากหลาย การบริการ กสท ก็จะมีมิติมุมมองในด้านบริหาร การแข่งขันในมุมใหม่ๆบ้าง ยิ่งเป็นบุคคลในระดับนักธุรกิจ นักวิชาการ นักการตลาด ก็จะได้มุมมองอะไรที่แตกต่างกว่าในปัจจุบัน และสอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงการบริหารในรูปแบบรัฐวิสาหกิจไปสู่รูปแบบบริหารแบบเอกชนมากขึ้น” นายวัฒนะ กล่าว
สำหรับกรณีตรวจสอบการดำเนินงานของบอร์ดในช่วงที่ผ่านมาว่ามีความโปร่งใส ถูกต้องหรือไม่ ที่สหภาพฯได้ส่งเรื่องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ตรวจสอบ การเสียโอกาสและเสียผลประโยชน์ จากผลของการทำสัญญาและอนุมัติให้บริษัท โปรลิงค์ ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ วีโอไอพี(VOIP) ขาเข้า ทางสหภาพฯจะยังคงดำเนินการตรวจสอบอยู่และจะประสานงานร่วมกับ สตง. ต่อการให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรื่องดังกล่าวมีความชัดเจนและเป็นทำหน้าที่ของ พนักงาน ต่อการตรวจสอบองค์กรให้เกิดความเข้มแข็ง ให้สามารถและแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ