หากจะพูดถึงการพัฒนาทรัพยากรคนในสายอาชีพยุคปัจจบัน ดูเหมือนจะสวนทางกับเทคโนโลยีที่เดินรุดหน้าไปไม่หยุดยั้งเพราะประสิทธิภาพของคนที่ได้รับการพัฒนากลับถดถอยอย่างน่าใจหาย
ดังนั้น หน่วยงานของรัฐที่พยายามมุ่งมั่นกับปริมาณที่ต้องการจนลืมคุณภาพที่ได้รับว่าไม่สามารถจะตอบสนองความต้องการของสถานประกอบการหรือตลาดแรงงาน ผู้บริหารที่มีอำนาจต้องตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ดูบ้าง ไม่เช่นนั้นผู้บริโภคต้องตกเป็นเหยื่อของการผลิตแรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน
คนขับแท็กซี่เล่าให้ฟังว่า มีรถป้ายแดงของผู้โดยสารเกิดปัญหาต้องเข้าศูนย์บริการซ่อมเกียร์ สาเหตุจากซีนยางขาดแต่ปรากฏว่าช่างแกะซีนยางออกผิดวิธีทำให้ลูกปืนแตก ค่าซ่อมจากเดิมต้องจ่าย 3,000 กว่าบาทกลายเป็น 10,000 กว่าบาท ตรงนี้ใครจะรับผิดชอบต้นเหตุอันดับแรกที่ไม่อาจมองข้ามคือ คุณภาพด้านฝีมือแรงงานเรื่องนี้หากโลกของการศึกษายังปล่อยไปตามยถากรรมโดยไม่เยียวยาให้ได้มาตรฐานถูกทิศทางกับโลกของแรงงานก็อย่าหวังว่าจะนำประเทศไปสู่การแข่งขันได้
ในสมัยที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานยังเป็นกรมแรงงาน สังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้ได้มาตรฐานจนเป็นนโยบายประการหนึ่งของรัฐบาลให้มีการกำหนดมาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2511 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและแผนงานการฝึกและพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงานขี้นซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากฝ่ายรัฐบาล นายจ้าง และ ลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง และได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ต่อเนื่องกันตลอดมา จนกระทั้งวันที่ 1 กันยายน 2535 คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้ปรับปรุงชื่อคณะกรรมการเป็นคณะกรรมการมาตรฐานแห่งชาติ
ก่อนจะมีการปรับปรุงกระทรวง ทบง กรม เมื่อปี 2535 กรมแรงงานได้ถูกโอนไปเป็นของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งกองมาตรฐานฝีมือแรงงานขี้นกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและพัฒนาขอบข่ายการดำเนินการให้ชัดเจนสอดรับกับสภาพความเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าขึ้นส่งผลให้มาตรฐานแรงงานไทยสามารถทัดเทียมกับนานาประเทศทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติดำเนินการภายใต้พระราขบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 มีคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือทำหน้าที่บริหารและแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติมาดำเนินการเป็นข้อกำหนดที่ใช้สำหรับประเมินศักยภาพ ทักษะฝีมือและสมรรถนะการทำงานของแรงงานฝีมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและสร้างมูลค่าสำหรับการแข่งขันของประเทศ โดยมีตัวชี้วัดในเรื่องความรู้ในทฤษฎีให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม สามารถเลือกใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน สามารถเลือกใช้วัสดุอย่างประหยัดคุ้มค่ารวมทั้งการใช้ระยะเวลาการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมตลอดจนผลสำเร็จของงานที่มีคุณภาพตามข้อกำหนด ปัจจุบันได้มีการแบ่งโครงสร้างมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเป็น 3 ระดับคือ ระดับ 1 (ช่างกึ่งฝีมือ) ระดับ 2 (ช่างฝีมือ) และ ระดับ 3 ( ช่างเทคนิคหรือหัวหน้าช่าง) ทุกระดับต้องผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติร้อยละ 60 ขึ้นไป จึงจะสามารถผ่านการทดสอบได้รับวุฒิบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และวุฒิบัตรที่ได้รับขณะนี้มีการกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติจำนวน 30 สาขาช่างและสามารถเป็นตัวกำหนดอัตราค่าจ้างตามระดับฝีมือแรงงาน ได้จำนวน 30 สาขาอาชีพ ตามกฎหมายซึ่งผ่านความเห็นชอบจากการประชุมคณะรัฐมนตรีโดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2548 ได้แก่ ช่างซ่อมรถยนต์ ช่างเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ ช่างเคาะตัวถังรถยนต์ ช่างสีรถยนต์ ช่างไฟฟ้ารถยนต์ ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ช่างตัดผ้า ช่างย้อมสีสิ่งทอ ช่างเครื่องประดับ(ประดับอัญมณี) ช่างเครื่องเรือนไม้ ช่างสีเครื่องเรือน ช่างบุครุภัณฑ์ ผู้ประกอบการอาหารไทย การแพทย์แผนไทยประเภทการนวดไทย ฯลฯ ซึ่งอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานระดับ 1 เริ่มต้น 200 บาท เช่น สาขาช่างตัดผ้า ช่างเครื่องเรือนไม้ ช่างบุครุภัณฑ์ จนถึงอัตรค่าจ้างสูงสุดเริ่มต้นที่ 480 บาท ในสาขาพนักงานควบคุมเครื่องจักรรถยก นอกจากประโยชน์โดยตรงในเรื่องค่าตอบแทนแล้ว สถาบันการศึกษาหรือผู้ดำเนินการฝึกอาชีพและสถานประกอบการยังสามารถใช้สาขาที่เปิดทดสอบไปเป็นแนววทางในการจัดทำหลักสูตรหรือระบบการฝึกฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานและตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
ทั้งยังเปิดโอกาสให้ช่างฝีมือที่ไม่มีโอกาสศึกษาต่อจากสถาบันใดๆ อาจรวมถึงผู้ที่จบการศึกษาหรือฝึกอาชีพแล้วสมัครเข้าทำการทดสอบฝีมือ เพื่อทราบระดับฝีมือแรงงานของตนเองและพัฒนาตนเองไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น แรงงานใหม่จะมีโอกาสในการได้งานทำสูงขึ้น สถานประกอบการสามารถที่จะคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งงานที่เหมาะสม รวมทั้งการวางแผนในการพัฒนาบุคลากรของตนทำให้ผลผลิตได้มาตรฐานและแข่งขันกับตลาดโลกได้ และยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับบริการจากช่างฝีมือที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายของสินค้าและบริการลงได้ ทำให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมดีขึ้นตามลำดับ ผู้สนใจหรือสถานประกอบการสามารถติดต่อขอรับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติได้ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 4 ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี เพชรบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ หรือศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้รับอนุญาต โทร. 0-3233-7607-9.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส