นายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยถึงผลการวิจัยด้านการใช้แรงงานเด็กในรูปที่เลวร้ายที่สุดที่ระบุว่ามีการใช้แรงงานเด็กจำนวนมากว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานต้องให้ความสนใจไม่เพียงเฉพาะกระทรวงแรงงานเท่านั้น เพราะการดำเนินการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน จากข้อมูลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพบว่าในจำนวนสถานประกอบกิจการ 1,247 แห่ง มีการใช้แรงงานเด็กไม่ถูกต้องในเรื่องการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าทำงาน 0.1% ใช้แรงงานเด็กโดยไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ 0.02% ซึ่งถือว่ามีจำนวนไม่มากนักและจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมานั้นจะเห็นได้ว่าการใช้แรงงานเด็กที่ไม่ถูกต้องส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานเด็กต่างชาติและเป็นการจ้างทำงานนอกระบบ อย่างไรก็ดีข้อมูลที่ปรากฏนั้นเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกรมฯ ในการคุ้มครองดูแล ขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกล่าวว่า อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 182 ได้กำหนดนิยามของคำว่า "เด็ก" ว่าหมายถึงบุคคลทุกคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และได้กำหนดรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงงานเด็กไว้ 4 รูปแบบคือ ทุกรูปแบบของการใช้ทาส เช่น การขายและการขนส่งเด็ก แรงงานขัดหนี้ แรงงานบังคับ การใช้ จัดหา หรือเสนอเด็กเพื่อการค้าประเวณี เพื่อผลิตสื่อลามกหรือเพื่อการแสดงลามก การใช้แรงงานเด็กเพื่อกิจกรรมผิดกฎหมายโดยเฉพาะเพื่อการผลิตและขนส่งยาเสพติดและงานซึ่งโดยลักษณะของงานหรือโดยสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัยหรือศีลธรรมของเด็กซึ่งกฎหมายคุ้มครองแรงงานได้กำหนดโทษของผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องของการใช้แรงงานเด็ก เช่น การไม่แจ้งการทำงานของลูกจ้างเด็ก การให้ลูกจ้างเด็กทำงานอันตราย เป็นต้น ให้มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และจากการที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2544 ซึ่งเป็นผลให้ประเทศไทยมีพันธกิจในการปฏิบัติตามอนุสัญญาฉบับนี้ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนจึงต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการแก้ไขและขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายให้หมดไป
แหล่งข่าว : ไทยโพสต์