นายสมชาติ เลขาลาวัณย์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า "การให้บริการของสถานประกอบการในปัจจุบันนับว่ามีการแข่งขันที่สูงมาก ซึ่งแต่ละแห่งจะมีมาตรฐานการบริการที่แตกต่างกัน เช่น ราคา
และคุณภาพ ที่ไม่สัมพันธ์กัน ทำให้ผู้ใช้บริการต้องเลือกเปรียบเทียบความคุ้มค่าที่จะได้รับ พร้อมๆ กับความเสี่ยงควบคู่ไปด้วย ยกตัวอย่างการเลือกใช้บริการอู่ซ่อมรถ ไม่ว่าจะเป็นทำสี หรือซ่อมเครื่องยนต์ ผมแนะนำให้เลือกร้านที่มี "เครื่องหมายมาตรฐานฝีมือแรงงาน" เพราะสถานประกอบการที่มีเครื่องหมายดังกล่าว จะผ่านการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานโดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นผู้มอบให้สำหรับสถานประกอบการที่จะมีเครื่องหมายดังกล่าวได้นั้น ต้องเป็นสถานประกอบการหรือหน่วยงานที่จดทะเบียนการประกอบการค้า หรือกิจกรรมตามกฎหมายและเปิดดำเนินกิจการที่สามารถตรวจสอบได้ทุกเวลา สถานที่ตั้งของสถานประกอบการ หรือหน่วยงานที่เหมาะสม และปลอดภัยต่อการปฏิบัติงานและสังคม มีการใช้เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การทำงานอย่างเหมาะสม รวมถึงมีวิธีและขั้นตอนการปฏิบัติงานถูกต้องตามหลักวิชาการ และที่สำคัญคือมีบุคลากรหรือพนักงานในสายการผลิตหรือบริการ ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของตำแหน่งการจ้างงานในกลุ่มอาชีพหรือไม่ต่ำกว่า 10 คน"
ปัจจุบันมีสถานประกอบการหลายประเภท อาทิเช่น อู่ซ่อมรถยนต์ (ซ่อมเครื่องยนต์ ทำสี), ร้านนวดแผนไทย, ร้านซ่อมเครื่องปรับอากาศ, ร้านซ่อมวิทยุ-โทรทัศน์ ที่ได้รับเครื่องหมายมาตรฐานฝีมือแรงงานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้วจำนวนร้อยกว่าแห่งทั่วประเทศ ซึ่งสามารถตรวจดูรายชื่อเพื่อขอรับบริการในพื้นที่ใกล้บ้านได้ที่ http://home.dsd.go.th/standard/ หรือสถานประกอบการใดที่สนใจให้พนักงานเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อขอรับเครื่องหมายมาตรฐานฝีมือแรงงาน ก็สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด หรือสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ทั่วประเทศ
อธิบดีกพร.กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสถานประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการแสวงหาแรงงานฝีมือที่ได้มาตรฐานมาอยู่ในสายงานการผลิตและบริการในจำนวนที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยลดการสูญเสียที่เกิดจากการทำงานแล้ว ยังส่งเสริมให้แรงงานได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือของตนเอง จากการทดสอบมาตรฐานฝีมือแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อตัวผู้บริโภคและสถานประกอบการอีกด้วย.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพส