ธ.ก.ส.ปิ๊งไอเดียปล่อยกู้ฉันทนา แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ หลังพบสาวฉันทนานิยมกู้หนี้นอกระบบแม้ดอกเบี้ยแพง ย้ำยินดีช่วยคิดดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ดึงพ่อแม่ค้ำประกัน คาดได้ข้อสรุปพร้อมปล่อยกู้ไม่เกินสิ้นปีนี้
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.กำลังศึกษาแนวทางการสนับสนุนสินเชื่อบุคคลให้กับลูกของเกษตรกรลูกค้าธนาคาร ที่ไปทำงานนอกภาคการเกษตร อาทิ ลูกจ้างโรงงานอุตสาหกรรมแต่มีภาระหนี้สินนอกระบบ และจำเป็นต้องการเงินเพื่อไปปลดภาระหนี้ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ ธ.ก.ส.อยู่ระหว่างการสำรวจความต้องการจากกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมากำหนดกรอบการปล่อยสินเชื่อให้มีความชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้เป็นเงินเดือนประจำสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ โดยให้พ่อแม่ที่เป็นเกษตรกรลูกค้าของธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าวให้
สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่คิดในโครงการแก้หนี้นอกระบบครั้งนี้ น่าจะใช้ดอกเบี้ยแบบเดียวกับโครงการธนาคารประชาชน คือ 1% ต่อเดือน ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปโครงการดังกล่าวไม่เกินสิ้นปี 2549 ซึ่งพื้นที่เป้าหมายในการทำโครงการจะเน้นในเขตโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก เช่น สมุทรปราการ นครปฐม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวพนักงานโรงงานนิยมไปกู้เงินนอกระบบกันเป็นจำนวนมาก แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะแพงกว่าการปล่อยกู้ของธนาคาร 5-10% ดังนั้นทาง ธ.ก.ส.จึงอยากที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในส่วนนี้
ขณะนี้ทาง ธ.ก.ส.มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ 11-12% ถือว่าอยู่ในระดับสูง ส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคาร มียอดอยู่ที่ระดับ 5% หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จากยอดสินเชื่อคงค้างที่ 4.2 แสนล้านบาท ถือว่าลดลงจากปีบัญชี 2547 ซึ่งอยู่ที่ 5.6% ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้ตั้งเป้าหมายลดเอ็นพีแอลให้เหลือ 4.7% ในปีนี้ ด้วยการเน้นพัฒนาคุณภาพของลูกหนี้ มากกว่าการเน้นปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ตั้งเป้าขยายตัวเพียง 5-6% ต่อปี ส่วนการตั้งเป้าหมายทำกำไรในปีนี้ เชื่อว่าจะสามารถขยายตัวได้ประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท
สำหรับโครงการสินเชื่อเพื่อการเกษตรที่ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ณ วันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา มี 21 โครงการ คิดรวมเป็นวงเงิน 108,596 ล้านบาท แยกเป็นโครงการที่ยังมีสินค้าค้างสต็อก 15 โครงการ คิดเป็นวงเงิน 100,697 ล้านบาท และมี 6 โครงการที่จัดว่าเป็นโครงการที่สิ้นสุดไปแล้วคิดวงเงินที่ตัดขาดทุนประมาณ 7,899 ล้านบาท.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพส