แพทย์หญิงประภา วงศ์แพทย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เผยว่าตามที่ได้ประกาศเป็นข่าวในสื่อต่างๆ ว่า สำนักงานประกันสังคมจะจัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 3 กันยายน 2549 เพื่อขอความคิดเห็นของนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และการจัดให้มีบริการคลอดและทันตกรรม สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ในฐานะผู้แทนของสมาชิกที่เป็นสถานพยาบาลตามสัญญาจ้างของสำนักงานประกันสังคม ขอเรียนข้อมูลบางประการให้ท่านได้รับทราบ และโปรดให้ช่วยเผยแพร่ให้ประชาชน นายจ้าง และลูกจ้าง ได้รับทราบด้วย เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากผู้ให้บริการ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์ได้รับข้อมูลครบถ้วนทุกด้าน ดังนี้
1.สถานพยาบาลตามสัญญาจ้างของสำนักงานประกันสังคม ต้องให้บริการคลอดแก่ผู้ประกันตน หรือภรรยาผู้ประกันตน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 และให้บริการทันตกรรมแก่ผู้ประกันตน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 ตามสัญญาจ้างฯ โดยที่สำนักงานประกันสังคมได้ประกาศหลักเกณฑ์ในการให้บริการ และค่าตอบแทนให้สถานพยาบาล ทราบล่วงหน้าเพียง 3 วัน เท่านั้น ซึ่งเป็นเวลาที่กะทันหันมาก ทำให้สถานพยาบาลในช่วงแรกอาจจะมีการให้บริการที่ไม่พร้อมบางแห่งเนื่องจากมีเวลาเตรียมการไม่พอ
2.สถานพยาบาลตามสัญญาจ้างของสำนักงานประกันสังคม ไม่ได้มีส่วนเรียกร้องต้องการที่จะได้ให้บริการคลอดและทันตกรรม อีกทั้ง ไม่ได้มีส่วนในการกำหนดค่าตอบแทนเพื่อที่จะมีผลประโยชน์เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ตรงกันข้ามสถานพยาบาลจำต้องให้บริการทุกอย่างตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดในสัญญา
3.หากสำนักงานประกันสังคม ต้องการให้สิทธิประโยชน์การคลอดและทันตกรรมแก่ผู้ประกันตนให้เบิกได้โดยตรง สถานพยาบาลตามสัญญาฯ ที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ มีความเห็นว่า เป็นสิ่งที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องทันตกรรม เพราะผู้ประกันตนจะได้เลือกใช้บริการได้ตามความสะดวกของแต่ละคน และขจัดข้อขัดแย้งระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ
4.หากสำนักงานประกันสังคมต้องการยกเลิกบริการคลอดและทันตกรรมเมื่อใด ควรต้องแจ้งให้สถานพยาบาลตามสัญญาฯ ทราบก่อน 3 เดือนล่วงหน้า เพื่อสถานพยาบาลจะได้เตรียมการลดบุคลากรและเปลี่ยนแปลงวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้ทันเวลา
แหล่งข่าว : ไทยโพสต์