ประมนต์หวั่นจีดีพีโตต่ำกว่า4%กระทบจ้างงาน-ม.หอการค้าลดเป้าจีดีพี

ประมนต์หวั่นจีดีพีโตต่ำกว่า4%กระทบจ้างงาน-ม.หอการค้าลดเป้าจีดีพี | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ


ประมนต์หวั่นจีดีพีโตต่ำกว่า4%กระทบจ้างงาน-ม.หอการค้าลดเป้าจีดีพี


19 เม.ย. 50
กรุงเทพธุรกิจ

หอการค้าหวั่นจีดีพีโตต่ำกว่า 4 % กระทบการจ้างงาน หนุน6มาตราการพยุงเศรษฐกิจ แต่หวั่นรัฐล่าช้า แนะดูแลค่าบาท 35-36/ดอลลาร์สหรัฐหนุนส่งออก ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยปรับลดเป้าจีดีพีปี50เหลือโตแค่ 3.5-4%

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้ากังวลกับภาวะเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องการให้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของปี 50 ต่ำกว่า 4% เพราะหากหากจีดีพีขยายตัวต่ำกว่า 4-4.5% ในระยะมากกว่า 1 ปีจะมีผลกระทบกับการจ้างงาน ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่พบการเลิกจ้าง แต่การลดกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ที่เกิดขึ้นขณะนี้จะส่งผลกระทบในแง่รายได้ค่าจ้างแรงงานลดลง ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน

"มาตรการที่รัฐออกมา 6 ข้อ เพื่อพยุงเศรษฐกิจ น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ยังกังวลว่าสามารถปฎิบัติได้จริงเมื่อใด เพราะกลไกการทำงานของรัฐล่าช้า แม้จะมีข้อสรุปวันนี้ แต่กว่าจะดำเนินการได้ ต้องใช้เวลากว่า 3เดือน ซึ่งอาจล่าช้าเกินไป แต่ผมจะพยายามหารือในคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะหยิบยกมาตรการขึ้นหารือในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดรายละเอียดปฎิบัติโดยเร็ว "นายประมนต์ กล่าว

นายฉัตรชัย บุญรัตน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสอบถามความเห็นผู้ประกอบการส่งออก เห็นตรงกันว่าการส่งออกทั้งปี จะขยายตัวไม่ถึงเป้าหมาย 12.5% ที่กระทรวงพาณิชย์วางไว้ เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า โดยขณะนี้อยู่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกไตรมาสแรก จะขยายตัวน้อยกว่า 12%

รัฐบาลควรดูแลค่าเงินให้มีเสถียรภาพ โดยควรอยู่ระดับ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการส่งออก รวมทั้งการหาตลาดใหม่เพิ่มเติม โดยการเปิดเจรจาเปิดเสรีการค้ากับตลาดในเอเชีย เพื่อเพิ่มยอดการส่งออกมากขึ้น

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ กล่าวว่า ศูนย์ฯได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2550 ใหม่ โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีปีนี้จะขยายตัวในอัตรา 3.5-4% ลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ในอัตรา 4-4.5%

ในด้านการส่งออกคาดว่าจะขยายตัว 8-10% จากเดิมคาดการณ์อัตรา 9 -11% อัตราเงินเฟ้อ 1.8-2.3%จากเดิมคาดการณ์ 2-2.5% เนื่องจากภาวะการบริโภคชะลอตัว จากการขาดความมั่นใจของผู้บริโภค ขณะที่ด้านการลงทุน การส่งออกชะลอตัวลงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ปัญหาการขาดความเชื่อมั่น ยังเกิดจากเสถียรภาพการเมือง จึงต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.5% ภายในเดือนพ.ค.นี้ เร่งอัดฉีดเม็ดเงินงบประมาณเข้าระบบให้เกิดการจ้างงาน กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เกิดการใช้วัตถุดิบในประเทศ เร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ พยายามให้อัตราอยู่ในระดับ 35-36 บาทต่ดอลลาร์สหรัฐ

"6 มาตรการที่กระทรวงการคลังแถลงออกมา เชื่อว่าเพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องดำเนินการทันที หากรัฐบาลทำตามข้อเสนอทั้งหมด จะทำให้จีดีพียังขยายตัวได้ถึง 4%ถ้าทำได้เศรษฐกิจจะฟื้นขึ้นในไตรมาส 3 "ดร.ธนวรรธน์ กล่าว

กระทรวงการคลังสรุปมาตรการเพื่อบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การบรรเทาปัญหาระดับรากหญ้าที่มีรายจ่ายสูง 2.การบรรเทาปัญหาการชะลอบริโภคสินค้าคงทน 3.การบรรเทาปัญหาการลงทุนในหมวดเครื่องจักร และภาคการก่อสร้างที่ชะลอตัว 4. การบรรเทาปัญหาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจ 5.การบรรเทาปัญหาการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังไม่ลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจ และ 6.การบรรเทาปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัด

 

แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ




ลงวันที่ 20/04/2007 00:36:39
จำนวนผู้ชม 1696 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์