ศอ.บต.ชี้มาเลย์หนุนตั้งเขตศก.พิเศษ พร้อมเททุนให้-ไฟเขียวแรงงานไทย

ศอ.บต.ชี้มาเลย์หนุนตั้งเขตศก.พิเศษ พร้อมเททุนให้-ไฟเขียวแรงงานไทย | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - "ศอ.บต." เผยพบสัญญาณด้านบวกในความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย ชี้เป็นผลจากการที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศเดินทางเยี่ยมเยือนกันอย่างเป็นทางการ แถมนายกฯเสือเหลืองถึงขั้นประกาศความเป็นพี่น้อง และพร้อมจะร่วมมือด้วยอย่างเป็นรูปธรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการพัฒนาในกรอบโครงการ IMT-GT เผยมาเลย์หนุนไทยตั้ง "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" และเตรียมหว่านเม็ดเงินร่วมลงทุนด้วยเต็มที่ แถมไฟเขียวให้แรงงานไทยข้ามฝั่งไปทำงานแบบไปเช้า-เย็นกลับได้ ระบุเป็นผลดีต่อปัญหาไฟใต้ที่จะช่วยคลี่คลายได้เร็วขึ้น
       
       กลุ่มงานนิเทศสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รายงานว่า ภายหลังจากรัฐบาลให้ฟื้น ศอ.บต.ขึ้นมาใหม่ แม้จะเพียงเป็นเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่จากการที่ได้ติดตามการดำเนินนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมาอย่างต่อเนื่อง พบว่า มีการส่งสัญญาณด้านบวกจากฝ่ายมาเลเซีย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ของไทยเป็นอย่างดี
       
       อันเป็นผลจากการนำคณะเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ ดาโต๊ะ ซรี อับดุลาย์ยาตรี บาดาวี นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ช่วงระหว่างวันที่ 11-17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และนายนิตย์ พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้นำคณะเดินทางไปเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม ที่ผ่านมาเช่นกัน ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นระหว่างทั้ง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วในปี 2550 ก็จะครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-มาเลเซียด้วย
       
       ทั้งนี้ ข้อตกลงระหว่างทางการไทยและทางการมาเลเซีย ที่จะร่วมมือกันในเวลานี้ สามารถสรุปเป็นประเด็นสำคัญๆ ได้ 5 ประเด็น ดังนี้
       
       1. ด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการศึกษา ฝ่ายมาเลเซียพร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการผสมผสาน หลักสูตรวิสามัญกับวิชาศาสนา การพัฒนาทักษะและการฝึกอาชีพ การให้นักศึกษาระดับมัธยมในภาคใต้ของไทยไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในมาเลเซีย
       
       2. ด้านการจ้างงาน ฝ่ายมาเลเซียพร้อมที่จะรับแรงงานไทยรายวันแบบเช้าไปเย็นกลับ และสนับสนุนข้อเสนอเกี่ยวกับการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในไทย ซึ่งมาเลเซียจะเข้ามาลงทุนในเขตไทย ใช้แรงงานไทยและส่งสินค้ากลับไปยังมาเลเซียโดยไม่เสียภาษี ซึ่งจะทำให้มาเลเซียได้รับประโยชน์ในเรื่องของค่าจ้างแรงงาน และไทยได้ประโยชน์ในเรื่องการจ้างงาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและเตรียมตลาดแรงงาน เพื่อรองรับความร่วมมือในกรอบโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) และยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียด้านอื่นๆ ด้วย
       
       3. ด้านสังคม ฝ่ายมาเลเซียพร้อมที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการผสมผสานการใช้กฎหมายทั่วไปกับกฎหมายอิสลาม (shaira) ว่าจะสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยไทยในการจัดตั้งธนาคารอิสลามแล้ว
       
       4. จะไม่ให้ปัญหาการจับกลุ่มเดินทางข้ามแดนไปมาเลเซียอย่างผิดกฎหมาย เป็นปัญหาทางการเมืองระหว่างกัน โดยตกลงจะมอบหมายให้กลไกที่มีอยู่ร่วมกันแก้ปัญหาในระดับพื้นที่
       
       และ 5. จะร่วมมือเป็นพันธมิตรทางการทูตในเวทีระหว่างประเทศ ในการชี้แจงทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ในภาคใต้ของไทย
       
       "ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนไทย ดาโต๊ะ ซรี อับดุลาย์ยาตรี บาดาวี ได้กล่าวไว้ว่า ไทยและมาเลเซียเปรียบเสมือนอยู่ในครอบครัวเดียวกัน สันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง และความผาสุกของไทย ก็คือความมั่นคง สันติภาพ เสถียรภาพ และความผาสุกของมาเลเซียด้วย มาเลเซียพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ของไทย ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะเป็นการแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา และจะช่วยนำมาซึ่งสันติภาพและความอยู่ดีของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว"
       
       กลุ่มงานนิเทศสัมพันธ์ ศอ.บต.ยังระบุด้วยว่า นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังได้กล่าวถึงโครงการ ความร่วมมือที่เป็นไปได้หลายโครงการ ซึ่งจะตอบสนองข้อเสนอของฝ่ายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือใน 3 ด้านหลักที่จะสามารถต่อยอดกันได้อย่างครบวงจรคือ ด้านการศึกษา (Education) ด้านการจ้างงาน (Employment) และด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถของประชาชนในพื้นที่จะเป็นเจ้าของกิจการ หรือ "เถ้าแก่" (entrepreneurship)
       
       อย่างไรก็ตาม ผลการเยี่ยมเยือนระหว่างกันของผู้นำรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว สอดคล้องกับผลการหารือของนายพระนาย สุวรรณรัฐ ผอ.ศอ.บต.กับกระทรวงการต่างประเทศของไทย รวมถึงแผนงานวิเทศสัมพันธ์ของ ศอ.บต.เองที่ได้กำหนดไว้แล้ว โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียในระดับท้องถิ่น รวมทั้งแผนงานความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทย-มาเลเซีย เพื่อเพิ่มความร่วมมือและแก้ไขปัญหาชายแดน รวมถึงด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
       
       กลุ่มงานนิเทศสัมพันธ์ ศอ.บต.เสริมด้วยว่า ที่สำคัญที่สุดคือ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างไทย-มาเลเซียเหล่านี้ ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยน่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน ด้วยความร่วมมืออย่างจริงใจ และความมุ่งมั่นของทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว

 

แหล่งข่าว: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ





ลงวันที่ 26/04/2007 10:56:38
จำนวนผู้ชม 1443 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์