รมว.แรงงาน ชี้ สภาวะจิตใจของแรงงานไทยเครียดจัด จากปัญหาคุณภาพชีวิต การแข่งขัน และค่าครองชีพ ขณะที่ประธานสภาสภาอุตฯ ชูระบบ MS-QWL เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตแรงงานไทย ให้มีความสุขในการทำงานทั้งทางกาย อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติสถานประกอบการ 10 แห่ง ที่นำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้จนสัมฤทธิ์ผล เพื่อเป็นต้นแบบให้สังคมขยายผลต่อไป
เวลา 09.00น.วานนี้ (29 เม.ย.)นายอภัย จันทนจุลกะ รมว.แรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน"มหกรรมแรงงานไทย"จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)โดยนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่สถานประกอบการและองค์กรที่ให้ความใส่ใจการดูแลคุณภาพชีวิตของคนทำงาน โดยนำเอามาตรฐานในการดูแลคุณภาพชีวิต การทำงานอย่างเป็นระบบ หรือ MS-QWL:Management System of Quality of Worklife ไปสร้างระบบในองค์กรจนประสบความสำเร็จ ท่ามกลางผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้แทนแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
นายอภัย กล่าวเปิดงานว่า จากสภาวการณ์ปัจจุบัน การแข่งขันในด้านธุรกิจสูง ค่าครองชีพสูง ภาวะเครียดของคนก็เพิ่มขึ้น ซึ่งผลการสำรวจคุณภาพชีวิตของลูกจ้างกว่า 3,000 คนใน 13 จังหวัด พบว่า คนเครียดจากการทำงานถึงร้อยละ 40 และ 7 ใน 100 สารภาพว่า เครียดถึงขั้นเคยคิดจะฆ่าตัวตาย ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานระบบบริหารจัดการคุณภาพชีวิตคนทำงานที่สภาอุตฯ ทำ ภายใต้ชื่อ"โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานในสถานประกอบการ" ที่มองถึงคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ไม่เฉพาะแต่เรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือ การบาดเจ็บจากการทำงานด้านร่างกายเท่านั้น แต่มองไปถึงสภาวะจิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณของพนักงาน ซึ่งเป็นการมองแบบองค์รวม มุ่งเน้นที่การสร้างเสริมสุขภาพชีวิตของคนทำงาน หรือแรงงานในองค์กรอย่างเป็นระบบ
จากนั้นได้กล่าวปาฐกถาพิเศษต่อ เรื่อง "ทิศทางนโยบายภาครัฐและเอกชนกับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย" โดยยืนยันว่า เรื่องความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้แรงงานกว่า 35 ล้านคน เป็นสิ่งสำคัญที่ภาครัฐจะจับมือกับภาคเอกชนผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ตามแผนการพัฒนาแรงงาน ทั้งการพัฒนาด้านจิตใจ วัตถุ และขวัญกำลังใจที่จะก่อประโยชน์กับผู้ใช้แรงงาน โอกาสนี้ยังเป็นประธานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับสถานประกอบการดีเด่นที่มีมาตรฐานในการดูแลคุณภาพชีวิตการทำงานอย่างเป็นระบบ หรือ MS-QWL:Management System of Quality of Worklife จำนวน 10 บริษัท
นายสันติ กล่าวว่า มาตรฐาน MS-QWL เป็นมิติใหม่ที่เกิดขึ้นโดยคนไทยจากสภาอุตฯ ซึ่งเป็นแหล่งรวมเครือข่ายสมาชิกของผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ กว่า 7,000 องค์กร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานในสถานประกอบการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกด้าน ทั้งกาย อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ ซึ่งจะส่งผลดีต่อศักยภาพในการเพิ่มผลผลิต ลดปัญหาด้านสุขภาพและอุบัติเหตุจากการทำงาน การดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ปี 46 เป็นช่วงการร่างมาตรฐานระบบการบริหารจัดการคุณภาพชีวิตการทำงาน ระยะที่ 2 ปี 48 มีสถานประกอบการที่เป็นสมาชิกของสภาอุตฯ เข้าร่วมเป็นสถานประกอบการนำร่อง 20 แห่งทั่วประเทศ และระยะที่ 3 ปี 49-ปัจจุบัน สถานประกอบการที่เป็นสมาชิกสภาอุตฯ ที่อยู่ในภาคการผลิตและสถานประกอบการประเภทอื่นที่ให้ความสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตคนทำงานอย่างเป็นระบบในองค์กร เช่น รพ.บ้านตาก ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ โรงงานเภสัชกรรมทหาร ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ให้ความสนใจและเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 100 แห่ง
สำหรับบรรยากาศภายในงาน ยังมีการร่วมร้องเพลงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนแรงงาน ในชื่อเพลง"คุณภาพคน คุณภาพงาน" โดยศิลปินดาราจากกลุ่ม พาเวอร์ทรี พร้อมการเสวนา ในหัวข้อ "ทิศทางคุณภาพชีวิตแรงงานไทย" จากผู้แทนกระทรวงแรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สสส. และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มแรงงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายอภัย เสร็จสิ้นพิธีการต่าง ๆ มีกลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาในหลายเรื่อง อาทิ ปัญหาการเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างและสหภาพแรงงานไทยออโต้เพรสพาร์ท ซึ่งเป็นผู้แทนในการเจรจาข้อเรียกร้อง เป็นการเลิกจ้างระหว่างการยื่นข้อเรียกร้องและอยู่ระหว่างข้อตกลงสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ จำนวน 16 คน โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการลดกำลังพล และปรับปรุงขบวนการผลิต แต่ปัจจุบันมีการรับพนักงานเหมาค่าแรงเข้าไปแทนจำนวนมาก เป็นต้น ซึ่งนายอภัย ได้รับปากจะให้การดูแลและนัดหารือในรายละเอียดต่อไป
ด้าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้บันทึกเทปคำปราศรัย เพื่อออกอากาศในวันแรงงานแห่งชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงาน และได้ดำเนินการแก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน การป้องกันปัญหาความขัดแย้งด้านแรงงาน การสร้างหลักประกันในการทำงานและการสร้างโอกาสในการทำงานให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ในขณะที่สภาวะด้านแรงงานเป็นปกติถือว่าเป็นการดำเนินงานเพื่อป้องกันปัญหาไปพร้อมๆกับการพัฒนา
อย่างไรก็ตาม มาตรการที่รัฐบาลกำลังพยายามเร่งรัดผลักดันให้เกิด ขึ้นควบคู่กันไปคือ การส่งเสริมให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างพอมีพอกิน และพึ่งตนเองได้ด้วยความรู้และทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ พร้อมทั้งมีคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร และใช้สติปัญญาในการดำรงชีวิตภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งรัฐบาลได้จัดทำแผนพัฒนาแรงงานปี 2550 โดยเน้นการดูแลผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มในสังคม
"ผมขอฝากท่านทั้งหลายในโอกาสนี้ ก็คือสถานการณ์บ้านเมืองของเราขณะนี้ ยังคงมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอีกมาก ลำพังรัฐบาลฝ่ายเดียวคงไม่อาจแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปได้โดยเร็ว หากไม่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากพี่น้องคนไทยทุกฝ่าย ผมจึงต้องขอความร่วมมือจากผู้ใช้แรงงานให้ช่วยกันส่งเสริมการและเปลี่ยนและการเรียนรู้ร่วมกัน ในการสร้างความเข้าใจสถานการณ์ทางสังคม เพื่อสร้างจิตสำนึกที่จะร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อน ผลักดันชาติของเราให้เจริญก้าวไปข้างหน้าด้วยความรัก ความสามัคคี สอดคล้องสมดุลกับสภาพความเป็นจริงของคนในชาติ" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณในการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ เพิ่มขึ้นจากที่เคยได้รับปีละ 1.6 ล้านบาท เพิ่ม อีก 1.5 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 3.1 ล้านบาท นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคมยังอนุมัติงบประมาณจัดทำเสื้อแจกจ่ายผู้ใช้แรงงานอีกจำนวน 2 ล้านบาท โดยมองว่ารัฐบาลเอาใจผู้ใช้ แรงงานจนเกินเหตุ เนื่องจากต้องการให้เป็นแนวร่วมขับเคลื่อนด้านการเมือง
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ