นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2550 กล่าวภายหลังการยื่นข้อเรียกร้อง 9 ข้อต่อนายกรัฐมนตรี ในระหว่างพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ที่ท้องสนามหลวงว่า ดีใจและคาดไม่ถึงว่านายกรัฐมนตรีจะมารับข้อเรียกร้องด้วยตนเอง สิ่งที่อยากให้เกิดผลสำเร็จเร็วที่สุดในรัฐบาลชุดนี้ คือ การแก้ไขกฏหมาย เนื่องจากเป็นสภาเดียว โดยเฉพาะการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในมาตรา 5(3) มาตรา 75 และมาตรา 120 ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รับหลักการไปแล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับหลักการนำไปพิจารณาอีก 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 19 พฤษภาคม
ทั้งนี้ เพื่อให้มีการคุ้มครองและดูแลลูกจ้างเหมาค่าแรง ให้ได้รับสิทธิประโยชน์เท่ากับลูกจ้างในระบบจ้างปกติ รวมทั้งกรณีนายจ้างสั่งหยุดงานหรือย้ายสถานประกอบการต้องจ่ายค่าจ้างและค่าชดเชย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มผู้ใช้แรงงานจะกลับมาทวงคำตอบจากรัฐบาลในเรื่องนี้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า
ส่วน พ.ร.บ. 2 ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันนี้ คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนงาน และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว จะต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน คือ กฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายที่คุ้มครองแรงงานและเป็นประโยชน์กับผู้ใช้แรงงานเช่นกัน
ส่วนการเรียกร้องให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราเงินเฟ้อนั้น ยืนยันว่า ควรจะต้องยกเลิกโครงสร้างค่าจ้างขั้นต่ำที่มี 22 ระดับ มาใช้โครงสร้างใหม่ที่เป็นอัตราเดียวทั้งประเทศและมีการปรับขึ้นให้ผู้ใช้แรงงานทุกปี
นายมนัส ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของผู้ใช้แรงงานอีกกลุ่มหนึ่งในวันเดียวกันนี้ว่า ไม่ถือเป็นการขาดเอกภาพหรือความขัดแย้งแต่อย่างใด โดยการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ที่ท้องสนามหลวง จัดโดย 11 สภาองค์การลูกจ้างและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งถ้าไม่ติดฝนตก มั่นใจว่าจะมีผู้มาร่วมงานนับหมื่นคน แต่วันนี้ก็มากันหลายพันคน
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ