นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของปีนี้ว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจภาพรวมของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา จะขยายตัวลดลงเหลือ 1.9% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี มีเม็ดเงินหายไปประมาณ 10,044 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าควรจะขยายตัวอย่างต่ำ 3%
“เศรษฐกิจ 5 จังหวัดภาคใต้ คิดเป็นสัดส่วน 36.6% ของจีดีพีภาคใต้ และคิดเป็น 3.1% ของจีดีพีประเทศ หากรัฐบาลไม่สามารถเร่งฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้โดยเร็ว และเหตุการณ์ระเบิดบานปลาย อาจทำให้จีดีพี 5 จังหวัดในปี 2552 มีโอกาสติดลบสูง และจะถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 8 ปี”
สำหรับแนวทางเบื้องต้นที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ทำอย่างไรให้คนไม่ออกนอกพื้นที่ เพราะขณะนี้อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ก่อสร้าง ประมง เริ่มขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากไม่มีใครกล้าเข้ามาทำงานในพื้นที่ ต้องนำเข้าแรงงานจากประเทศลาว รวมถึงรัฐบาลต้องหามาตรการจูงใจผู้ประกอบการให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการลดภาษีนิติบุคคล 3% ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่วนรวมอาจเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ลดภาษีนิติบุคคลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เหลือ 1.5%
ส่วนเศรษฐกิจรายภูมิภาคนั้น พบว่า ทุกภาคมีสัญญาณชะลอตัวลงหมด เป็นผลจากจากปัจจัยลบ เช่น การเมืองไม่มีเสถียรภาพ ราคาน้ำมันทรงตัวสูง ภัยธรรมชาติ ไข้หวัดนก โดยคาดว่าเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือปี 50 ขยายตัว 3.26% ลดลง 4.10% ในปี 49 ภาคเหนือ 3.55% ลดจาก 4.61% ภาคใต้ 2.73% ลดจาก 4.53% ภาคกลาง 4.73% ลดจาก 5.79% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 3.77% ลดจาก 4.80% ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัว 3.8% ลดจากปีก่อนที่ขยายตัว 5%
นายธนวรรธน์กล่าวถึงผลกระทบเศรษฐกิจไทยจากกรณีการยุบพรรค การเมืองว่าต้องติดตามว่าจะมีการประท้วง หรือปะทะกันขั้นรุนแรงหรือไม่ หากเกิดความรุนแรงถึงขั้นเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ จะทำให้ เศรษฐกิจไทยเกิดสุญญากาศทันที และนักลงทุนขาดความมั่นใจ ตลาดหุ้นตก กำลังซื้อลดลง ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ลดลงเหลือต่ำกว่า 3.5%.
แหล่งข่าว : ไทยรัฐ