เอกชนโวยครัวไทยสู่ครัวโลกละเลงงบหลวง-โตแบบไร้กลยุทธ์

เอกชนโวยครัวไทยสู่ครัวโลกละเลงงบหลวง-โตแบบไร้กลยุทธ์ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

ครัวไทยสู่ครัวโลกยังคลำเป้าไม่เจอตอบโจทย์ผู้ประกอบการไม่ได้ ภาคเอกชนระบุ ต้องวางกลยุทธ์โตในต่างแดนอย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่แค่โรดโชว์ละลายงบประมาณเล่นไปวันๆ พร้อมเสนอ 3 ยุทธศาสตร์อาหารโตอย่างมีคุณภาพในต่างแดน และต้องเร่งอธิบายผลประโยชน์ที่จะได้รับจาก FTA ในอนาคต

“โครงการครัวไทยสู่ครัวโลก” กำลังจะกลายเป็นฝันกลางวันที่กรมส่งเสริมการส่งออกตั้งเป้าหมายการขยายตัวเชิงปริมาณปี 2550 จะสามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศให้เพิ่มขึ้นเป็น15,000 แห่งและปีหน้าเพิ่มเป็น 20,000 แห่ง พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพมาตรฐานร้านอาหาร ขณะเดียวกันตั้งเป้าหมายมอบเครื่องหมายมาตรฐาน Thai Select ให้แก่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศให้ได้ 1,000 ร้านทั่วโลกในปีนี้ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจการส่งออกอาหารของไทยเพิ่มขึ้นถึงปีละประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ได้รับ Thai Select ไปแล้วกว่า 650 ร้านทั่วโลก และในปีนี้จะมีร้านอาหารไทยที่ได้รับเครื่องหมาย Thai Select เพิ่มเติมอีกประมาณ 400 ร้าน

ต่อศักดิ์ โชติมงคล เจ้าของร้านอาหาร MITRA (มิตรา) ที่มีร้านอาหารไทยมากกว่า 4 สาขาในต่างประเทศ กล่าวถึงโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกใหม่ หรือ Kitchen to the World ว่าโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่สามารถทำให้คนต่างชาติทั่วทุกมุมโลกมีโอกาสได้กินอาหารไทย ซึ่งเดิมคนต่างชาติจะเข้าใจว่าประเทศไทยมีแค่วัฒนธรรมที่น่าสนใจเท่านั้นต่อไปนี้จะมี 2 อย่างที่คนต่างชาติพูดถึงคนไทยคือ วัฒนธรรมและอาหารควบคู่กันไปแต่ร้านอาหารไทยในต่างแดนจะต้องยกระดับมาตรฐาน ไม่ใช่ใครคิดจะเปิดอะไรก็เปิดได้จะกลายเป็นว่าต่อไปอาหารอย่างเดียวกันแต่มีหลายมาตรฐานอย่างนี้อาหารไทยจะไมได้รับการยอมรับ

“ เชื่อหรือไม่ว่าร้านอาหารไทยในต่างแดนไม่ใช้น้ำปลาจากเมืองไทยในการปรุงอาหาร แต่ใช้น้ำปลาจากเวียดนามเกือบ 90 % ของร้านอาหารทั้งหมดที่มีอยู่เพราะราคาถูกกว่า คือผู้ประกอบการมองถึงเรื่องต้นทุนมากเกินไปจนลืมถึงมาตรฐานอาหารและสินค้าไทยไปแล้ว”

ขณะที่การทำงานที่ผ่านของกรมส่งเสริมการส่งออกที่ไปจัดอีเวนท์ตามสถานที่ต่างๆในหลายประเทศทั่วโลกกลายเป็นว่าเป็นการละลายงบ ซึ่งการออกงานดังกล่าวพอเลิกงานก็ขนของกลับประเทศไม่มีการดำเนินการต่อเนื่องทั้งเรื่อง Thai Select ไม่ได้ตอบโจทย์ที่ว่าด้านคุณภาพได้เลยเพราะ ยังมีร้านอาหารตามมุมต่างๆของโลกที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งภาครัฐต้องวางนโยบายให้เห็นชัดเจนว่า ทั้งระยะสั้น ระยะปานกลาง ระยะยาว เพื่อรองรับอุตสาหกรรมทั้งระบบ

นอกจากนี้เจ้าของร้านอาหาร MITRA ยังเสนอแนะภาครัฐอีกว่า 1.จะต้องมีการแบ่งรายประเทศว่าสินค้าไหนมีโอกาส 2. พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ (Product) ที่ทันสมัยมากขึ้น 3. ผลข้อตกลงสัญญา FTA ผู้ประกอบการคนไทยสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง พร้อมกับเพิ่มมาตรฐานสินค้าและอาหารอย่างจริงจังโดยแบ่งกลุ่มสินค้าที่จะส่งออกไปว่าประเทศนี้ต้องการแบบนี้ประเทศนั้นต้องการอาหารแบบนั้น ไม่ใช่อาหารอย่างเดียวจะขายได้ทุกประเทศแต่ต้องมีการดัดแปลง (FUSION) เพื่อให้ถูกปากกับคนในประเทศนั้นด้วย

“ทุกประเทศให้การตอบรับอาหารไทยดีมาก แต่อยู่ที่ผู้ผลักดันนโยบายว่าต้องการให้เกิดขึ้นจริงๆมากน้อยแค่ไหน เงินทุนกู้ยืมมีหรือไม่ ธนาคารใดบ้างที่พร้อมจะปล่อยกู้ต้องบอกให้ชัดเจน ไม่ใช่ให้ภาคเอกชนต่อสู้ตามลำพัง”ต่อศักดิ์ระบุ

เขายังระบุอีกว่า ควรจะมีการจัดระเบียบร้านอาหารไทยในต่างแดนเพราะ กลุ่มทุนหรือผู้ประกอบการมี 3 ประเภทคือ 1.คนไทยลงทุนเอง 2. เป็นการร่วมทุนระหว่างคนต่างชาติกับคนไทย และ3. คนต่างชาติจ้างพ่อครัวหรือกุ๊กคนไทย ปัญหาคือ ร้านอาหารที่ชาวต่างชาติมีหุ้นส่วนหรือเป็นเจ้าของยังไม่รู้วัฒนธรรมคนไทย ยังไม่เข้าใจรสชาติอาหารไทยอย่างดีพอทำให้เอกลักษณ์อาหารไทยสูญเสียไปด้วย

 

ที่มา : ผู้จัดการ




ลงวันที่ 08/06/2007 13:27:27
จำนวนผู้ชม 1701 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์