“เครือข่ายรัฐวิสาหกิจ” หนุนห้ามโฆษณาเหล้า 24 ชม. ปลุกประชาชนแสดงพลัง หาก สนช. บิดเจตนารมณ์ กม. เตือนหยุดเข้าข้างนายทุน ขณะที่ “หมอหทัย” เห็นด้วยเคาน์เตอร์ แอด ใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เผยมาตรการห้ามโฆษณาบุหรี่ ก็เคยใช้และได้ผลก่อนห้าม 100 เปอร์เซ็นต์
วานนี้ ( 25 มิ.ย.) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ที่ปรึกษาสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กล่าวถึงการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีสาระสำคัญเรื่องห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชม. ในทุกสื่อทุกรูปแบบ ว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่คณะอนุกรรมาธิการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปลี่ยนแปลงร่าง พ.ร.บ. ด้วยการให้โฆษณาเหล้าได้เหมือนเดิม เพราะเป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ของนายทุน
การปล่อยให้โฆษณาน้ำเมาเหมือนที่ผ่านมา ก็เห็นแล้วว่ากระตุ้นให้สังคมไทยเป็นเช่นไร มอมเมาเด็กไทยแค่ไหน ผู้ที่จะดื่มเหล้าทราบดีว่า จะซื้อเหล้าที่ไหน ยี่ห้ออะไร โดยไม่ต้องดูโฆษณา แล้วเหตุใดจึงยอมให้มีการโฆษณา เพื่อยั่วยุเด็กที่ยังไม่เคยรู้ คนที่ยังไม่เคยลองดื่ม ให้ตกเป็นทาสของเหล้า
“ผมเชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการห้ามโฆษณาเหล้า และขอให้ร่วมกันส่งเสียงให้ดังๆ หากมีเจตนารมณ์ที่ดีถูกเปลี่ยนแปลง และ
อยากฝากถึง สนช.ว่า แม้นายทุนจะวิ่งเต้น มีผลประโยชน์มากมายเพียงใด ก็ขอให้ท่านคิดถึงลูกหลานของเรา ฟังเสียงประชาชน อย่าตกเป็นทาสทุนนิยม แสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า สนช.ที่มาจากการสรรหา มีคุณภาพมากกว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง ขอให้มองที่ปลายเหตุว่าหายนะจากเหล้ามีมากมายเพียงใด”
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันตรายมากสำหรับวัยแรงงาน หลายครั้งที่คนหนุ่มสาว เมา ขาดสติ เสียทรัพย์ เกิดอุบัติเหตุ มือขาด ขาขาด หรือถึงแก่ชีวิตขณะทำงาน เพราะดื่มเหล้า การโฆษณาน้ำเมาอย่างบ้าคลั่งในทุกสื่อขณะนี้ ทำให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อ มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง รัฐต้องทุ่มเทเงินมหาศาล เพื่อเยียวยาคนในชาติ ที่ต้องเจ็บป่วย สูญเสียเพราะเหล้า แล้วพวกเราจะมาเข้าข้าง และเชิดชู ผู้ผลิตน้ำเมาที่บริจาคปีละไม่กี่ล้าน แต่ร่ำรวยบนความทุกข์ยากของคนอื่นปีละเป็นแสนล้านอย่างนั้นหรือ
ด้าน นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย กล่าวว่า การห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องยาก เพราะมีผลประโยชน์มหาศาล แต่หากไม่สามารถคุมโฆษณาได้ทั้งหมด ควรเน้นการรณรงค์เชิงบวก เพื่อเป็นการปกป้องเยาวชน ซึ่งแนวทางการโฆษณาแบบเคาน์เตอร์ แอด (Counter AD) หรือการโฆษณาที่มีการให้ความรู้กับประชาชนควบคู่ไปกับการโฆษณาสินค้าแอลกอฮอล์ในสื่อต่างๆ
จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านยาสูบ ก็เคยใช้มาตรการนี้ซึ่งได้ผลอย่างดี ก่อนจะกลายมาเป็นมาตรการห้ามโฆษณาทั้งหมด ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ ควรพิจารณา เพราะมาตรการดังกล่าวเป็นการปกป้องเยาวชน มิใช่เป็นการพยายามทำลายธุรกิจหรือบอกว่าสินค้าไม่ดีแต่อย่างใด
“เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะใช้แนวทางดังกล่าว เพราะเมื่อบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถโฆษณาได้เช่นเดิม ก็ควรเห็นแก่สังคม เห็นแก่ส่วนรวม โดยยอมให้เพิ่มรายละเอียดของการควบคุมด้วยการเพิ่มพื้นที่ของการรณรงค์เข้าไปด้วย ซึ่งเนื้อหาในส่วนดังกล่าวต้องให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนด และระบุในกฎหมายให้ชัดเจน”นพ.หทัย กล่าว
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะมีการหารือรายละเอียดของการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อวิทยุ รวมถึงการโฆษณาแฝงในรายการโทรทัศน์ ในวันที่ 27 มิ.ย.นี้
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ