จับตารง.กทม.-ปริมณฑลเจ๊งอีก แรงงานบี้โฆสิตคุมบาทผันผวน

จับตารง.กทม.-ปริมณฑลเจ๊งอีก แรงงานบี้โฆสิตคุมบาทผันผวน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



    นายอภัย จันทนะจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการดำเนินการช่วยเหลือกรณี บริษัทไทยศิลป์ อาคเนย์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต ที่ประสบปัญหาทางการเงิน ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงได้ดำเนินการให้มีการเจรจาจนได้ข้อยุติไปเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา และทำให้โรงงานสามารถเปิดกิจการได้แล้ว
        ส่วนการปิดโรงงานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่ถือเป็นความผิด เพราะเป็นสิทธิของเขา อย่างไรก็ตาม ทางโรงงานได้ยอมจ่ายค่าชดเชย โดยถือว่า ช่วง 2 วันที่หยุดไปนั้นพนักงานยังคงได้รับค่าจ้าง
       “มีหลายโรงงานมาปรึกษาว่าควรทำอย่างไร แต่ถ้าเขาปิดกะทันหัน และปิดถาวรจริง ผมก็ตอบไปว่าต้องจ่ายค่าตกใจตามมาตรา 17 ซึ่งเรามีมาตรการไว้แล้ว แต่สิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นก็คือ เรามีการบูรณาการงาน หยุดก็หยุดไป บริษัทจัดหางานก็เข้าไปจัดงาน เมื่อวันที่ 12 ก.ค.สถานประกอบการ 67 แห่งยินดีจะรับคนงาน เพราะฉะนั้นการเห็นใจจากทั้ง 2 ฝ่าย ค่อนข้างจะมากขึ้น”
        นายอภัยกล่าวถึงข้อเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานหาเงินมาดูแลช่วยเหลือว่า ไม่เกี่ยวกับกระทรวงแรงงาน โดยทางกระทรวงทำหน้าที่ให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างกันให้ดีที่สุด และถ้ามีการฝากประเด็นมา ก็จะบอกต่อให้ อย่างเช่นบอกว่าให้ช่วยหามาตรการอย่าให้มีคนตกงานมากขนาดนี้ ให้มีการบอกข่าวกันล่วงหน้า ถือเป็นหน้าที่ตรง ส่วนปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียน หรือสภาพคล่อง จะดำเนินการบอกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมก็รับผิดชอบดูแลให้
       สำหรับการเรียกร้องสูงถึง 50 ล้านนั้น นายอภัยกล่าวว่า เขาบอกว่าถ้าเขามีเงินถึง 50 ล้านก็จะดี ซึ่งทางกระทรวงแรงงานได้แจ้งไปว่า จะบอกต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ เช่น กระทรวงการคลัง ส่วนข้อเรียกร้องจะเป็นไปได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องช่วยกันดู
       ทั้งนี้ นายอภัยกล่าวด้วยว่า ในเรื่องดังกล่าวได้มีการรายงานเป็นเอกสารมายัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แล้ว และจะเข้ารายงานเพิ่มเติม เนื่องจากนายกฯ มีความห่วงใยเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่ทางกระทรวงแรงงานจะสามารถเข้าไปดูแลโรงงานต่างๆ ได้อย่างไร ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายคนสนิท (ทส.) โทรมาแจ้งกับตน ซึ่งตนก็ได้เรียนไปว่าเมื่อยุติเรื่องนี้ได้แล้ว ทางกระทรวงก็มีการบ้านที่ต้องทำต่อด้วย ในเรื่องการเฝ้าระวัง ดูแลทั้งฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง ต้องให้มีความเห็นใจกัน
       เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังมีความเป็นห่วงโรงงานหรืออุตสาหกรรมอื่นที่มีแรงงงานเยอะว่าจะได้รับผลกระทบหรือเกิดวิกฤตเช่นนี้หรือไม่ นายอภัย กล่าวว่า ทางกระทรวงมีเจ้าหน้าที่อยู่ทุกจังหวัด และมีการสำรวจ สถิติ และประเมินผลเป็นรายเดือนตลอด ซึ่งขณะนี้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำลังตรวจสอบอยู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล 5 จังหวัด อย่างไรก็ตาม ขออย่าเพิ่งสันนิษฐานในทางร้าย ควรรอผลการตรวจสอบที่ชัดเจนก่อน
        นายอภัยกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีโรงงานที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงกว่า 2 แสนแห่ง ผู้ประกันตน 9 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมาก็ให้การดูแลมาโดยตลอด สำหรับยอดตัวเลขนายจ้างและลูกจ้างส่งเงินประกันตนรายเดือนนั้น ยอมรับว่า ก็มีปัญหา หลายบริษัทขอยืดเวลาการชำระจริง แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรน่าเป็นห่วง เพราะยอดสถานประกอบการและจำนวนผู้ประกันตนก็เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2548 และ 2549
       “ถามว่ามีที่ไม่จ่ายเยอะไหม คงตอบว่า การไม่จ่ายเป็นไปตามข้อกำหนดในช่วงเวลา 30 หรือ 50 วัน เป็นไปตามกฎหมาย มีมันต้องมีแน่ แต่เมื่อยอดรวมแล้วอยู่ในกรอบในเกณฑ์ที่ทำได้ ก็มีการยกเว้นกันบ้าง ขยายเวลาให้บ้างเหมือนกับเข้าโรงจำนำต่อตั๋วดอกเบี้ย ผมยืนยันว่า ไม่มีรายที่ไม่จ่ายประกันสังคม เพียงแต่เขาขอขยายเวลา ซึ่งก็ต้องมีเหตุผลว่าทำไมจึงขอขยาย”
       เมื่อถามว่าจะมีวิธีป้องกันอย่างไร เมื่อผู้ประกอบการในประเทศหลายรายไม่ได้มีการทำประกันอัตราเสี่ยงกับค่าเงินบาทเมื่อมีความผันผวน นายอภัย กล่าวว่า ต้องฝากบอกนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม ในฐานะผู้ควบคุมเศรษฐกิจประเทศ
        ด้าน นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า กรณีที่มีการรายงานตัวเลขบริษัทค้างจ่ายเงินสบทบ 29,000 แห่งเป็นเงินกว่า 2,300 ล้านบาทนั้นไม่ใช่เป็นเพราะสถานประกอบการหยุดกิจการหรือเลิกจ้างชั่วคราว แต่เป็นเพราะนายจ้างขาดสภาพคล่องทางการเงินและอยู่ในเงื่อนไขที่ สปส. อนุญาตให้ค้างจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 7 ซึ่งจากรายงานล่าสุดมีนายจ้างแต่ละบริษัทค้างเงินสมทบรายละประมาณร้อยละ 3 ซึ่งหากเกินร้อยละ 7 สปส.จะทำการเร่งรัดหนี้สิน แต่หากยังไม่จ่ายก็จะดำเนินการยึดทรัพย์นายจ้าง
        ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีสถานประกอบการที่เลิกจ้างและหยุดกิจการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-25 มิ.ย. 2550 จำนวน 8,148 แห่ง ผู้ประกันตนถูกเลิกจ้าง 59,438 คนจริง ขณะเดียวกันมีสถานประกอบการและลูกจ้างกลับเข้ามาในระบบประกันสังคมจำนวน 62,304 คน ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่แตกต่างกันมากนัก
        ขณะที่นายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เช้าวานนี้ (13 ก.ค.) บริษัทไทยศิลป์ อาคเนย์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ได้เปิดกิจการตามปกติแล้ว โดยลูกจ้างเกือบทั้งหมดได้ทยอยกันกลับเข้าทำงานตามสายงานที่ปฏิบัติเหตุการณ์ทั่วไปเรียบร้อยดี
                 ทั้งนี้ กรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ติดตามดูการดำเนินงานของบริษัท ไทยศิลป์ฯด้วย ไม่ใช่การตรวจสอบ แต่เป็นการตามข้อมูลว่าปัญหาในส่วนการผลิตเป็นอย่างไรบ้าง มีงานจากต่างประเทศหรือไม่สถานภาพความมั่นคงของบริษัทเป็นอย่างไร เพื่อจะได้หารือให้มีการปรับเปลี่ยนอย่างไรให้คนงานไม่ตกใจ เช่นหากต้องมีการยุบบางสายงานผลิตก็จะมีการถ่ายเทคนงานไปอยู่อีกสายงานแทน และหากต้องใช้มาตรการชะลอการจ้างงานก็มีแนวปฏิบัติที่จะแนะนำเข้าไปดำเนินการได้ทันที เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ค่อยเป็นค่อยไป
        ส่วนนายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวภายหลัง นายพิพรรษ อุนโอภาส เจ้าของบริษัท ไทยศิลป์ฯ เข้าพบเพื่อหารือแนวทางในการทำธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ไปว่า บริษัทไทยศิลป์เตรียมตัวที่จะปรับแนวทางในการประกอบการธุรกิจจากที่ปัจจุบันรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับยี่ห้อดังในต่างประเทศ มาเป็นผลิตในยี่ห้อของตนเองแทน ซึ่งเรื่องนี้ทางสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยี
        นอกจากนี้ โรงงานไทยศิลป์ฯ ยังมีแนวโน้มในการประกอบธุรกิจที่ดี กล่าวคือ ไนกี้ได้ยืนยันมาว่าพร้อมที่จะให้การสนับสนุนบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ลูกค้าในต่างประเทศทราบศักยภาพของโรงงานแห่งนี้ดี ส่วนสาเหตุที่ทำให้โรงงานแห่งนี้ต้องสะดุดและต้องปิดกิจการลง เป็นเพราะก่อนหน้านี้นานพอสมควรแล้ว ลูกค้ารายใหญ่ตัดคำสั่งซื้อไปถึงร้อยละ 40 และโรงงานอยู่ระหว่างหาลูกค้ารายใหม่มาทดแทน เมื่อธนาคารทราบเรื่องจึงตัดกระแสเงินสดทำให้โรงงานขาดเงินทุนหมุนเวียนจนปิดกิจการในที่สุดก่อนจะเปิดดำเนินกิจการปกติอีกครั้ง
        ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า บริษัทไทยศิลป์ฯ จะได้รับการสนับสนุนเงินจำนวน 40-50 ล้านบาทนั้น จากการสอบถามนายพิพรรษ นายพิพรรษ ก็ยังไม่เข้าใจ แต่ได้รับฟังมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และทางจังหวัดยังระบุด้วยว่า บริษัทน่าจะมาหารือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ อย่างไรก็ตาม สถาบันฯ ไม่มีเงินช่วยเหลือให้ แต่ยินดีที่จะทำหน้าที่ช่วยประสานงานคุยกับสถาบันการเงินให้ได้ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.).

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์





ลงวันที่ 16/07/2007 09:16:56
จำนวนผู้ชม 1486 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์