กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลข การส่งออก 6 เดือนแรก ยังวิ่งฉิว สวนทางเลิกจ้างงานพุ่ง

กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลข การส่งออก 6 เดือนแรก ยังวิ่งฉิว สวนทางเลิกจ้างงานพุ่ง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกในเดือน มิ.ย. 2550 และรวม 6 เดือนแรกของปี 2550 นี้ว่ายังคงขยายตัวเกินคาด โดยยอดการส่งออกเฉพาะเดือน มิ.ย.มีมูลค่า 12,852.2 ล้านเหรียญ เพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.7% เนื่องจากสินค้าทุกหมวดขยายตัวต่อเนื่องจากต้นปี ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 11,969.4 ล้านเหรียญ เพิ่ม 5.2% ทำให้ไทยเกินดุลการค้า 882.8 ล้านเหรียญ

การส่งออกในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่ารวม 71,599.8 ล้านเหรียญ เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.6% ในทุกหมวดสินค้า ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 66,094 ล้านเหรียญ เพิ่ม 5.6% ทำให้ไทยเกินดุลการค้าโดยรวม 5,505.9 ล้านเหรียญ ต่างจาก 6 เดือนแรกของปีก่อนที่ขาดดุลการค้า 2,216.5 ล้านเหรียญ

"ยอดส่งออกจะขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้ 12.5% แน่นอน แม้จะมีปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท เราติดตามความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเดือน ก.ค.นี้ว่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกอีก 3 เดือนที่เหลือของปีหรือไม่ ส่วนในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งตัวก็ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกแต่อย่างใด"

สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญในเดือน มิ.ย. เช่น เกษตรขยายตัว 18.4% อุตสาหกรรม 18.9% ขณะที่ตลาดส่งออกโดยเฉพาะตลาดใหม่ขยายตัว 25.9% อินเดียเพิ่มสูงสุด 74.1% ยุโรปตะวันออก 73.4% แอฟริกา 58% ตะวัน ออกกลาง 39.6% สหภาพยุโรป 24% ญี่ปุ่น 17% และอาเซียน 5.5% แต่กับตลาดสหรัฐลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ทั้งเสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เนื่องจากการแข่งขันสูง และการแข็งค่าเงินบาท

ส่วนการนำเข้าเดือน มิ.ย.พบว่าเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวด โดยสินค้าทุนมีมูลค่า 3,250 ล้านเหรียญ ขยายตัว 4.5%, สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 5,162 ล้านเหรียญ ขยายตัว 6.7%, สินค้าอุปโภคบริโภค 16.7% ส่วนสินค้าที่นำเข้าลดลง เช่น เชื้อเพลิงมูลค่า 2,086 ล้านเหรียญ ลดลง 4.1%

โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญในช่วง 6 เดือนแรก เช่น อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ อาหาร, สิ่งทอ ส่วนสินค้านำเข้า เช่น น้ำมันดิบ, อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุปโภค และเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

อย่างไรก็ตามแม้ตัวเลขส่งออกช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้จะยังเติบโตต่อเนื่อง แต่อัตราการเลิกจ้างก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้กรมสวัสดิการสังคมและคุ้มครองแรงงานได้รายงานสถานการณ์การเลิกจ้างตั้งแต่ 1 พ.ย.2549-31 พ.ค.2550 ว่ามีสถานประกอบกิจการเลิกจ้างลูกจ้าง 35 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 9,133 คน แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 12 แห่ง มีจำนวนลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 3,998 คน ในภูมิภาค 23 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 5,135 คน

ประเภทกิจการที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างมากที่สุด 5 ลำดับแรกคือ อุตสาหกรรมการผลิต 29 แห่ง เลิกจ้าง 7,990 คน รองลงมาคือ บริการชุมชน สังคมและบริการส่วนบุคคลอื่น 1 แห่ง เลิกจ้าง 1,009 คน ตัวกลางทางการเงิน 1 แห่ง เลิกจ้าง 67 คน เกษตรกรรม การล่าสัตว์และป่าไม้ 1 แห่ง เลิกจ้าง 25 คน การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมรถยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 2 แห่ง เลิกจ้าง 24 คน

ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตที่มีการเลิกจ้างมากที่สุดเป็นประเภทกิจการการผลิตเครื่อง แต่งกาย รวมทั้งการตกแต่งและย้อมสีขนสัตว์ 7 แห่ง เลิกจ้าง 3,787 คน การผลิตผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก 6 แห่ง เลิกจ้าง 1,298 คน ผลิตภัณฑ์จากแร่อโลหะ 1 แห่ง เลิกจ้าง 1,100 คน สิ่งทอ สิ่งถัก 4 แห่ง เลิกจ้าง 478 คน เครื่องเรียนและการผลิตซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น 3 แห่ง เลิกจ้าง 411 คน

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ




ลงวันที่ 28/07/2007 21:01:10
จำนวนผู้ชม 1786 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์