นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กรอบอาเซียน-ญี่ปุ่นว่า ไทยยืนยันท่าทีต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนว่า
จะไม่รับข้อเสนอในการเจรจาเอฟทีเอกรอบอาเซียน-ญี่ปุ่น เกินกว่าข้อตกลงที่ไทยได้ทำในกรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทยและญี่ปุ่น (JTEPA) ที่ได้มีการลงนามกันไปแล้วเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา
"ทางอาเซียนและญี่ปุ่น กำหนดจะเจรจาเอฟทีเอระหว่างกันวันที่ 6-9 ส.ค.นี้ ที่กรุงมะนิลา ซึ่งระดับรัฐมนตรีได้รับข้อเสนอรูปแบบลดภาษีการเปิดตลาดการค้าสินค้าแล้ว คาดว่าการเจรจาข้อตกลงกรอบอาเซียน-ญี่ปุ่น จะสรุปผลได้ภายใน 1-2 ปีนี้" นายวินิจฉัยกล่าว
สำหรับรูปแบบการลดภาษีกรอบอาเซียน-ญี่ปุ่น เบื้องต้นสินค้าส่วนใหญ่ 92% ของจำนวนสินค้าทั้งหมดจะถูกกำหนดให้ลดภาษีในรายการปกติ มีกำหนดทยอยลดภาษีตั้งแต่ 1-10 ปี ส่วนสินค้าที่เหลือจะอยู่ในบัญชีอื่นคือ สินค้าอ่อนไหว มีสัดส่วน 3% ของรายการสินค้าทั้งหมด ซึ่งจะลดภาษีไม่เกิน 20% สินค้าอ่อนไหวสูง สัดส่วน 4% ของรายการสินค้าทั้งหมด จะลดภาษีไม่เกิน 50 และมีสินค้าบางกลุ่มที่ทั้งสองฝ่ายตกลงจะยกเว้นไม่นำมาเจรจาลดภาษี ซึ่งมีสัดส่วน 1%
สินค้าที่ทางญี่ปุ่นไม่นำมาลดภาษี เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ไก่ และน้ำตาล ส่วนประเทศสมาชิกอาเซียนได้ให้แต่ละประเทศ ไปกำหนดรายการสินค้าที่ไม่นำมาลดภาษี โดยไม่เกินประเทศละ 3% ซึ่งไทยไม่ได้กังวลเรื่องนี้ เพราะมีความตกลงเจเทปาที่ได้ประโยชน์มากกว่า เช่น ไก่ กุ้ง กล้วย หรือแป้งมันที่ญี่ปุ่นให้กับไทยมากกว่า ข้อตกลงทวิภาคีที่ประเทศในอาเซียนทำกับญี่ปุ่นอยู่แล้ว
ส่วนความคืบหน้าการบังคับใช้สิทธิ์ภายใต้ข้อตกลง JTEPA คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ย.ช้ากว่าเดิมที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ต.ค.นี้.
แหล่งข่าว : ไทยโพสต์