นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาคนงานสูงวัยตกงานเนื่องจากการเลิกจ้างว่า ภายหลังจากพระราชบัญญัติส่งเสริมการประกอบอาชีพบังคับใช้ ได้บังคับให้นายจ้างต้องส่งเสริมให้ลูกจ้างได้พัฒนาฝีมือแรงงาน แต่โดยข้อเท็จจริงในปัจจุบันพบว่านายจ้าง 30% เท่านั้นยอมฝึกอาชีพให้กับลูกจ้าง ขณะที่อีก 40% ยอมจ่ายเงินเข้ากองทุนมากกว่าการฝึกฝนให้ลูกจ้าง ส่วนอีกว่า 20% ยังไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย
อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กพร.พยายามเข้าไปส่งเสริมให้สถานประกอบการฝึกอาชีพให้คนงาน หากเกิดความไม่พร้อมด้านหลักสูตรก็พร้อมส่งคนเข้าไปแนะนำ ขณะนี้ได้ตกลงกับสภาหอการค้าในการจัดทำโครงการนำร่องฝึกอาชีพในกิจการขนาดใหญ่ 8 แห่ง อาทิ โรงงานน้ำตาล ห้างแม็คโคร เป็นต้น
"ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือเมื่อเขาตกงาน และต้องเข้าสู่ประกันว่างงาน พอให้มาฝึกอาชีพ เขาก็ไม่จริงจัง เรียกมาฝึกก็ไม่ยอมฝึก ผมเคยไปดูงานที่เกาหลีใต้ หากคนสูงอายุของเขาตกงาน เขารู้ว่าหาคนจ้างยาก เขาเลยกำหนดว่า หากนายจ้างรายใดจ้างลูกจ้างที่สูงอายุ ทางรัฐบาลจะร่วมจ่ายเงินสมทบด้วย ผมว่าเป็นเรื่องที่ดี" นายสมเกียรติ กล่าว
ด้านน.ส.อรุณี ศรีโต ผู้นำแรงงานและอดีตลูกจ้างบริษัทไทยเกรียงสิ่งทอ ซึ่งถูกเลิกจ้างเมื่อสูงวัย กล่าวว่าข้อเสนอที่ให้รับร่วมจ่ายเงินสมทบเป็นค่าจ้างนั้น โดยทางปฎิบัติแล้วอาจทำได้ยาก เพราะในทางธุรกิจแล้ว ไม่ค่อยมีนายจ้างที่ไหนยอมว่าจ้างคนสูงอายุเข้าไปทำงาน ทางที่ดีรัฐบาลควรหาทางเลือกโดยให้ลูกจ้างที่มีอายุมากเหล่านี้ได้ฝึกอาชีพและหาเงินลงทุนให้ด้วยโดยอาจเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
"ที่ผ่านมาทางการก็พยายามฝึกอาชีพให้ แต่ฝึกแล้วก็ปล่อยทิ้ง คนงานก็ไม่รู้จะลงทุนอย่างไร บางทีรัฐบาลควรรับเข้าไปป้องกันปัญหาด้วย เพราะทุกวันนี้แม้มีกฎหมายบังคับให้นายจ้างฝึกอาชีพให้ลูกจ้าง แต่เอาเข้าจริงๆในหลายโรงงานเขาใช้วิธีให้ลูกจ้างไปเซ็นชื่อว่าเข้าฝึกอบรมแล้ว แต่จริงๆคือคนงานยังคงทำงานอยู่ นายจ้างเขาไม่อยากเสียเวลาที่เป็นเงินเป็นทองของเขาหรอก" น.ส.อรุณี กล่าว และว่านอกจากนี้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นควรเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นผู้เก็บภาษีกิจการต่างๆ ดังนั้นเมื่อมีการเลิกจ้างลูกจ้างก็ควรเข้ามาดูแลด้วย
แหล่งข่าว ; แนวหน้า