8บริษัทสิ่งทอบักโกรก ตลาดหลักทรัพย์จับตาผลขาดทุนเรื้อรัง
สหพัฒน์โต้รังสิตฯไม่ปิดยัน10 รง.ยังดี
โพสต์ทูเดย์ — เปิดโผ 8 บริษัทสิ่งทอ รองเท้าที่ขาดทุนต่อเนื่อง ตลาดหลัก ทรัพย์จับตาใกล้ชิด เครือสหพัฒน์ยัน โรงงานรองเท้า 10 แห่งยังดีอยู่
บริษัทที่ประกอบธุรกิจสิ่งทอและรองเท้าในตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นกิจการที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากการปิดกิจการของบริษัท ยูเนี่ยนฟุทแวร์ หลังประสบปัญหาการดำเนินกิจการและค่าเงินบาทแข็ง
สำหรับในกลุ่มสิ่งทอ มี 8 บริษัทที่ขาดทุนติดต่อกันมานาน โดยเฉพาะบริษัท ยูเนี่ยนฟุทแวร์ ที่เพิ่งประกาศปิดกิจการ มียอดขาดทุนสะสมจำนวน 67.87 ล้านบาท
สำหรับบริษัทในเครือสหพัฒน์ ก็มีฐานะไม่ต่างจากกลุ่มสหยูเนี่ยนมากนัก อาทิ บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) มีขาดทุนสะสมสูงถึง 127 ล้านบาท เกือบถึงส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีจำนวน 144 ล้านบาท แม้ในช่วง 3 เดือนแรกนี้จะมีกำไรสุทธิ 2.69 ล้านบาทก็ตาม และบริษัท บางกอกไนล่อน ที่ขาดทุนมาตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีนี้แต่ยังไม่มีขาดทุนสะสม
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นมีกลุ่มสิ่งทอและธุรกิจรองเท้ารวมไม่เกิน 10 บริษัท แม้ว่าส่วนของผู้ถือหุ้นยังไม่ติดลบ แต่ต้องคอยติดตามผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้อย่างใกล้ชิด แต่กลุ่มนี้ก็มีบริษัทที่ดี เช่น บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณว่ามีบริษัทแห่งใดจะขอเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ เช่นเดียวกับกรณีของ บริษัท ยูเนี่ยนฟุทแวร์
“ต้องยอมรับว่ากลุ่มสิ่งทอและรองเท้าต้องปรับตัวเพราะต้องแข่งขันกับประเทศจีนที่มีต้นทุนค่าแรงถูกกว่ามากและยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งอีก” นางภัทรียา กล่าว
สำหรับการให้ความช่วยเหลือทางตลาดหลักทรัพย์คงช่วยในเรื่องการปรับตัวทางด้านการเงิน การระดมเงินทุน แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดน่าจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยเหลือมากกว่า
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒน์อินเตอร์โฮลดิ้ง กล่าวว่า โรงงานผลิตรองเท้าในเครือสหพัฒน์ ทั้ง 10 แห่ง ยังคงเปิดดำเนินกิจการตามปกติ ไม่ได้มีการเลิกจ้างพนักงาน หรือปิดกิจการแต่อย่างใด
ดังนั้น ข่าวที่ออกมาว่า บริษัท รังสิตฟุตแวร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสหพัฒน์จะเลิกจ้างพนักงาน 1.9 พันคน นั้น ไม่เป็นความจริง ในทางกลับกันเครือสหพัฒน์มีออร์เดอร์สั่งผลิตรองเท้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทแบรนด์รองเท้าระดับโลกได้โอนออร์เดอร์จากจีนและเวียดนามมายังไทย เพราะไม่สามารถทำได้ทันเวลาและไม่ได้ตามมาตรฐาน
แหล่งข่าว : โพสต์ทูเดย์