ก.แรงงานตั้งโต๊ะซับน้ำตา ผู้ใช้แรงงานเจอพิษค่าบาท

ก.แรงงานตั้งโต๊ะซับน้ำตา ผู้ใช้แรงงานเจอพิษค่าบาท | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ในภาวะเศรษฐกิจช่วงขาลงที่ผ่านมาส่งผลกระทบไปในทุกภาคส่วนของประเทศไทย อุตสาหกรรมหลายแห่งต้องปิดกิจการไปเนื่องจากทนพิษการแข็งค่าของเงินบาทไม่ไหว ส่งผลต่อเนื่องมายังลูกจ้างที่ใช้แรงงานของธุรกิจนั้นๆ ต้องตกงานอีกเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานในฐานะที่เป็นองค์กรซึ่งดูแลผู้ใช้แรงงานโดยตรงได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และได้ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือแรงงานได้ทันท่วงที

งานนี้กระทรวงแรงงานได้ร่วมกับบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ออกบู๊ธให้บริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเลิกจ้าง โดยการนำสิทธิประโยชน์ที่แรงงานจะได้รับมาแนะนำและให้คำปรึกษา ซึ่งเคลื่อนที่ออกมาให้บริการประชาชนแบบครบวงจร ในงาน "กระทรวงพลังงาน มติชน ชวนเที่ยวงานแฟร์ ร่วมกันดูแลสังคม" ระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้แต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์แรงงานให้ทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมกันทำงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบต่อนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ แบ่งเป็นมาตรการก่อนเลิกจ้าง โดยให้หน่วยงานทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเฝ้าระวังสถานการณ์ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อเข้าไปให้คำแนะนำช่วยเหลือได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ทางกระทรวงยังได้มีการประสานกับฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างที่ประสบปัญหา เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการปรับลดอัตราค่าจ้าง เงินเดือนค่าล่วงเวลา เบี้ยเลี้ยง โบนัส หรือสวัสดิการอื่นๆ เพื่อลดต้นทุนในการประกอบกิจการ ทำให้กิจการนั้นๆ สามารถดำเนินการต่อไปได้

"สำหรับผู้ที่ถูกเลิกจ้าง ทางกระทรวงได้ประสานกับฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการที่ปิดกิจการลง เพื่อชี้แจงสิทธิและหน้าที่ของแต่ละฝ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เพื่อให้ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างได้รับสิทธิต่างๆ ตามกฎหมาย พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านการเงินเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" รองปลัดกล่าว

งานนี้กระทรวง นำกรมกองของกระทรวงทั้ง 5 กรม มาออกบู๊ธ ประกอบด้วย 1.สำนักปลัดกระทรวงแรงงาน จัดเป็นนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจหลักของกระทรวง 2.กรมจัดหางาน บริการจัดหางานด้วยระบบคอมพิวเตอร์สัมผัสในการค้นหางานแบบครบวงจรมาบริการให้ประชาชนค้นหางานด้วยตนเอง ซึ่งจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ว่า จบการศึกษาระดับใดมีงานว่างใดรองรับบ้าง

3.กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ยกคลีนิคให้คำปรึกษาปัญหาแรงงานต่างๆ มาให้บริการประชาชน อาทิ การถูกเลิกจ้าง ตกงาน จะได้รับค่าชดเชยเท่าไหร่ หรือถูกเอารัดเอาเปรียบสามารถรับคำแนะนำได้ภายในบู๊ธนี้

4.สำนักงานประกันสังคม บริการข้อมูลด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับปัญหาและการรับบริการจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะการรับบริการสาธารณสุขสามารถร้องทุกข์ได้โดยตรง

พิเศษสุด 5.กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดให้บริการ การฝึกอาชีพ และการทดสอบฝีมือแรงงาน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ (กรอบบ่าย)

ก.แรงงานติงขึ้นเงิน"รสก."4%ไม่เหมาะ

แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม กรณีที่ภาครัฐวิสาหกิจจะขอปรับขึ้นเงินเดือนเช่นเดียวกับภาคราชการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติให้ปรับอัตราค่าตอบแทนภาคราชการเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 4 นั้น ข้อเท็จจริงคงต้องมาดูกันว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะปัจจุบันโครงสร้างเงินเดือนของภาครัฐกับรัฐวิสาหกิจมีความแตกต่างกัน และอัตราค่าตอบแทนของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วมีอัตราใกล้เคียงกับภาคเอกชนอยู่แล้ว

แหล่งข่าวกล่าวว่า จากผลการศึกษาฐานข้อมูลเงินเดือนของรัฐวิสาหกิจ 42 แห่ง พบว่า กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจวุฒิแรกเข้าระดับมัธยมต้นจนถึงระดับปริญญาตรี มีอัตราเงินเดือนสูงกว่าตลาดถึง 40% จำนวนพนักงาน 70,000 คน มีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 10,000-24,000 บาทต่อเดือน และพบว่ารัฐวิสาหกิจบางแห่งพนักงานขับรถมีรายได้สูงถึง 60,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับส่วนราชการจะมีอัตราเงินเดือนประมาณ 4,630-7,630 บาทต่อเดือน

สำหรับระดับผู้บริหารตั้งแต่ระดับต้นจนถึงระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าตอบแทนของตลาด โดยผู้บริหารระดับต้นถึงระดับกลาง มีจำนวนพนักงาน 132,000 คน เงินเดือนเฉลี่ย 27,000-60,000 บาทต่อเดือน ผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในรัฐวิสาหกิจขนาดเล็ก-ขนาดกลาง จำนวน 2,500 คน เงินเดือนเฉลี่ย 85,000-115,000 บาท และผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ จำนวน 155 คน เงินเดือนเฉลี่ย 350,000-770,000 บาทต่อเดือน

"หากเปรียบเทียบโครงสร้างเงินเดือนของภาคราชการ ภาคเอกชน และภาครัฐวิสาหกิจ ภาคราชการแม้อัตราผลตอบแทนจะอยู่ในระดับต่ำ แต่จะมีความมั่นคงและสวัสดิการในระยะยาว ส่วนภาคเอกชน แม้จะได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูง แต่เป็นภาระงานที่หนัก เป็นสัญญาแบบจ้างงาน ขาดความมั่นคงและขาดสวัสดิการระยะยาว ขณะที่ภาครัฐวิสาหกิจจะอยู่กึ่งกลางที่ต้องการทั้งความมั่นคง เงินเดือนสูง และสวัสดิการในระยะยาว หากปล่อยให้มีการขอปรับเงินเดือนที่สูงอยู่แล้วเพิ่มอีก 4% จะเป็นฐานที่สูงกว่าภาครัฐอีกมาก และคิดเป็นเงินงบประมาณที่ภาครัฐต้องจ่ายถึง 250 ล้านบาทต่อเดือน" แหล่งข่าวระบุ

 

แหล่งข่าว : มติชน




ลงวันที่ 16/08/2007 05:54:43
จำนวนผู้ชม 1470 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์