ก.แรงงาน วางแผน 5 ปี “ไร้คนตกงาน ว่างงาน” เร่งพัฒนาคน-ทักษะ ป้อนตลาดทั้งใน-นอก ประเทศ รับปัญหาหนักคนไทยไม่ทำงาน ผลิตคนไม่ตรงสาขา พร้อมประสาน สธ. อุตฯ แก้ปัญหาหาครบวงจร
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานในการรับฟังความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงการทำแผนแม่บทแรงงาน ว่า ทิศทางการบริหารด้านแรงงานใน 5 ปีต่อไปนี้กระทรวงจะเน้นการบริหารโดยการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ให้ทุกคนมีทักษะในการทำงานไม่ว่าจะเป็นสายอาชีพหรือสาย วิชาการ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังจะเน้นนโยบาย คนไทยต้องไม่ตกงาน หรือ ว่างงาน โดยจะเสนอยุทธศาสตร์ประสานเครือข่าย ประกอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน เพื่อ สำรวจตัวเลขการว่างงาน ตัวเลขความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงการพยากรณ์ สถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อวางแผนผลิตบุคคลากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียน นักศึกษา บรรจุตรงตามสาขา
“ในเรื่องที่คนไทยไม่ทำงานและสถาบันการศึกษาต่างๆผลิตบุคคลากรไม่ตรงกับความต้องการของตลาดนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มากในขณะนี้ เราจะเห็นได้จากกรณีตัวเลขเด็กที่จบมาปีหนึ่งเป็นหลายแสนคน ในขณะเดียวกันก็ยังพบตัวเลขคนว่างงานในอัตราที่ไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งต่อไปนี้ถ้าเราผลิตคนตรงกับงาน เราจะทำการสำรวจตลาดพร้อมประสานผลิตคนให้ตรง กับงาน ส่วนคนจบไม่ตรงสาขานั้นเราจะทำการฝึกฝีมือให้เพื่อนำไปประกอบอาชีพตามที่ ตลาดต้องการให้ นอกจากนี้เราจะเน้นฝึกยกระดับฝีมือทั้งคนที่ทำงานในประเทศและคนที่ ต้องการไปทำงานต่างประเทศ เพื่ออับเกรดรายได้ จะทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้นและ เชื่อว่าจะไม่มีคนตกงาน ว่างงาน ในอนาคตหากไม่ขี้เกียจเสียเอง ”นายจุฑาธวัช กล่าว
นายจุฑาธวัช กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ยังได้วางแผนเรื่องการจัดระเบียบคนต่างชาติที่ เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศ ต้องเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย โดยจะร่วมมืออย่างเข้มงวด กับกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำรวจตรวจสอบดำเนินคดีอย่างเข้มข้น ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่าจับกุมได้ยากโดยเฉพาะจำพวกที่อยู่ตามตะเข็บชายแดน มีการ ลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานผิดกฎหมายอู่มาก เช่น จ.เชียงราย ตาก เป็นต้น นอกจากนี้ยังเน้นการคุ้มครองสวัสดิภาพของลูกจ้าง ค่าจ้างที่เป็นธรรม การละเมิดสิทธิลูกจ้าง รวมถึงสิทธิ ประโยชน์ของผู้ประกันตนภายใต้การคุ้มครองของกองทุนประกันสังคมด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าแผนแม่บทดังกล่าวจะแล้วเสร็จและนำเสนอรัฐบาลและประกาศใช้ได้ภายในต้นปี 2551 นี้และมีอายุถึงปี 2555
แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ