เมื่อวันที่ 26 ก.ย. รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนา ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ว่า คณะอนุกรรมการฯได้เชิญกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครองมาชี้แจงกรณีที่ร้องเรียนว่าที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กำหนดให้นักเรียนที่จะแอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัยสามารถใช้คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) จากปีที่จบม.6 ได้เพียงครั้งเดียว ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่า ในช่วงที่สอบ O-NET นั้นเด็กบางคนอาจเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ หรืออยู่ต่างประเทศ ทำให้มาสอบ O-NET ไม่ได้ก็จะเสียโอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัย ที่ประชุมจึงเห็นว่าการให้ใช้คะแนน O-NET เพียงครั้งเดียว เป็นการปิดกั้นโอกาสเด็กในการศึกษาต่อและยังเป็นการละเมิดสิทธิเด็กด้วย
รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า นอก จากนี้ที่ประชุมยังเห็นว่าระบบแอดมิชชั่นควรเป็นระบบที่ให้โอกาสเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ ทปอ. กลับไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อตัวเด็กที่ประชุมจึงมีมติ ประกอบด้วย 1.ถ้ายังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสอบแอดมิชชั่นอยู่ กรรมก็จะตกอยู่กับเด็ก จึงเสนอให้มีกรรมการกลางดูแลการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ โดยอาจให้กลับไปสอบเอนทรานซ์ตามเดิม ให้เด็กทุกคนกลับมาสอบใหม่ได้ แต่ข้อสอบต้องออกไม่เกินหลักสูตร ส่วนมหาวิทยาลัยใดถ้าต้องการใช้คะแนน O-NET หรือ GPA ก็ให้ใช้ระบบรับตรง 2.รัฐบาลต้องจัดระบบให้นิ่งและแจ้งให้เด็กทราบล่วงหน้า 3 ปี 3.เด็กที่ได้รับคำสัญญาจาก ทปอ.ว่า จะได้รับการเยียวยา ต้องได้รับการเยียวยาเร่งด่วน และ 4.ให้ ทปอ.วิจัยศึกษาผลกระทบจากการรับนักศึกษาด้วยระบบแอดมิชชั่นว่าทำให้คุณภาพอุดมศึกษาลดลงจริงหรือไม่
“อนุกรรมการฯ จะทำหนังสือถึง ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ สทศ. สกอ. สพฐ. และ ทปอ. ซึ่งก็มีสิทธิที่จะไม่ฟังมติของกรรมการสิทธิฯ โดยอ้างว่าการรับนัก ศึกษาเป็นสิทธิของมหาวิทยาลัย แต่ทางอนุกรรมการฯ ก็อยากให้ถอยหลังคนละก้าว และรับฟังความเห็นบ้าง เพราะเราต้องการสื่อให้ทราบว่าแอดมิชชั่นและ O-NET สร้างปัญหาให้เด็ก การปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกจึงไม่ใช่การเสียหน้า” รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว.
แหล่งข่าว : เดลินิวส์