18 ตุลาคม พ.ศ. 2550 17:43:00
สปสช.เผยจัดงบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคส่งตรงพื้นที่เป็นปีแรกให้ประชาชาชนทุกกลุ่มตรวจสุขภาพก่อนที่ความเสี่ยงโรคจะถามหา ย้ำหมั่นสังเกตตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงให้คนไทยใส่ใจดูแลสุขภาพและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เปิดเผยว่า ปีนี้ สปสช.จัดงบบริการส่งเสริมป้องกันโรคลงพื้นที่ระดับจังหวัดให้ประชาชนทุกสิทธิได้รับการดูแลส่งเสริมป้องกันโรคที่เป็นปัญหาเร่งด่วน รวมทั้งปัญหาเฉพาะของแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรก ที่มีการจัดงบบริการลงพื้นที่เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ แบบบูรณาการงานในพื้นที่ได้อย่างคล่องตัว โดยมีเป้าหมายที่จะให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดีและลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพระยะยาว
ทั้งนี้ สปสช.ได้จัดงบปี 2551ไว้ กว่า 2,247 ล้านบาท เพื่อการสร้างเสริมป้องกันโรคจากจำนวนประชากรทั้งหมด 63.13 ล้านคน โดยในปีนี้ได้มีการปรับแนวทางการบริหารงบสร้างเสริมป้องกันโรคแนวใหม่คือ งบบริการสร้างเสริมป้องกันโรคระดับประเทศโดยมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาขาเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการดำเนินงานบรูณาการด้านการสร้างเสริมป้องกันในพื้นที่ โดยมีกิจกรรมหลัก คือ โครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว โครงการวัยเรียน วัยใส อนามัยดี๊ดี โครงการสร้างเสริมสุขภาพและเฝ้าระวังโรควัยทำงาน
โครงการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และเฝ้าระวังโรคกลุ่มผู้สูงอายุ โครงการพัฒนาระบบการรักษาเร่งด่วนในโรคหลอดเลือดสมองตีบ และโครงการค้นหาพาหะและป้องกันโรคฮีโมฟีเลีย และงบบริการสร้างเสริมป้องกันโรคในชุมชนโดยจัดสรรให้หน่วยบริการในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับคนไทยทุกคนและงบบริการสร้างเสริมป้องกันโรคสำหรับบริการที่มีความต้องการ ใช้บริการเฉพาะ เช่น โครงการสำหรับผู้ประกันตนตามระบบประกันสังคม และสิทธิข้าราชการและครอบครัว เป็นต้น
เลขาธิการสปสช. กล่าวว่า สำหรับแนวทางการบริการสร้างเสริมป้องกันโรคในระดับพื้นที่ เป็นงบที่จัดบริการสร้างเสริมป้องกันโรคโดยให้ สปสช.สาขาเขตพื้นที่แต่ละจังหวัดประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งคณะทำงานสร้างเสริมป้องกันโรคระดับจังหวัด ทุกจังหวัดดำเนินการจัดทำแผนงานโครงการตามสภาพปัญหาและความจำเป็นของพื้นที่และทำข้อตกลงกับหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อจัดบริการให้ผู้มีสิทธิทุกกลุ่มได้เข้าถึงและใช้บริการอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาพรวมของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย
แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ