ก.ก.สิทธิฯ ลุ้นมท.ภ.4 ปลดล็อค 86 ป่วนใต้กลับบ้าน 24 พ.ย.

ก.ก.สิทธิฯ ลุ้นมท.ภ.4 ปลดล็อค 86 ป่วนใต้กลับบ้าน 24 พ.ย. | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



กรรมการสิทธิฯ เจ้าของโครงการฝึกอบรมแนวร่วมเร่งเคลียร์ทางกองทัพภาค 4 ลุ้น แม่ทัพภาคฯแก้ไขคำประกาศ อนุญาติให้ 86 ผู้อบรมกลับเข้าพื้นที่แดนใต้ร่วมเพื่อนร่วมชะตากรรม 277 รายที่กำลังครบกำหนด4เดือนฝึกอาชีพ24 พ.ย.นี้ เพื่อกลับบ้านเกิดอีกครั้ง

ความคืบหน้าคณะกรรมการสิทธมนุษยชนแห่งชาติยื่นหนังสือ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะอนุกรรมาธิการตำรวจและสิทธิมนุษยชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาประกาศของกองทัพภาค4 ลงวันที่ 22 ก.ค. เรื่องห้ามประชาชนไทยมลายูที่ต้องสงสัยก่อเหตุไม่สงบในพท.กลับเข้าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ล่าสุด วันนี้(3 พ.ย.) นายพงศ์จรัส รวยร่ำ อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนคุ้มครอง 1 และผู้ริเริ่มโครงการฝึกอบรมศาสนาและพัฒนาศักยภาพ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกองทัพภาคที่ 4 เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือ 86 ผู้เข้าร่วมอบรมโครงการฯที่ศาลมีคำสั่งให้พ้นสภาพการเข้าร่วมโครงการฯ แต่ยังไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่ได้เพราะติดประกาศกองทัพภาคที่ เรื่องห้ามบุคคลเข้าไปหรืออยู่อาศัยในเขตท้องที่ จังหวัด ยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสงขลาเป็นการชั่วคราว” เวลากำหนดไม่เกิน 6 เดือน

ทั้งนี้กำหนดเดิมทุกคนที่เข้าร่วมโครงการฯจะครบกำหนดจบหลักสูตรฝึกอบรมในวันที่ 24 พ.ย.นี้ และ เท่ากับทุกคนสามารถกลับเข้าพื้นที่ได้ปกติ แต่ระหว่างนี้มีการร้องเรียนขึ้นมาทำให้ต้องออกจากโครงการฯแต่ไม่สามารถกลับพื้นที่ได้อีกทั้งยังไม่มีรายได้ และที่อยู่เหมือนในช่วงฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องที่นอกเหนือเงื่อนไขเดิมทำให้ต้องกลับมาทบทวนแนวทางกันใหม่ในการให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นพยายามประสานกองทัภาคที่ 4เพื่อหาทางผ่อนผันกรณีที่เกิดขึ้นแต่ต้องได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายคณะกรรมการสิทธิฯที่เข้ามาช่วยเหลือและกองทัพภาคที่ 4 ด้วย

"เดิมโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ซึ่งหมายความว่าผู้เข้าร่วมอบรมที่เหลืออยู่ประมาณ 277 คนจะสามารถกลับเข้าพื้นที่ได้ไม่มีปัญหา หลังจากที่ครบกำหนด โดยมีใบประกาศนียบัตรด้านวิชาชีพและรายได้ส่วนหนึ่งที่ได้รับจากการฝึกอบรม แต่สำหรับ 86 รายนี้จัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องพิจารณาใหม่เพื่อหาทางออก แต่เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถยึดหลักปฎิบัติเดิมได้หรือไม่เพราะต้องรอการหารือแม่ทัพภาคที่ 4 อีกครั้ง" นายพงศ์จรัส กล่าว

อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนคุ้มครอง 1 กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการนี้หลายฝ่ายเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ เนื่องจากกลุ่มบุคคลที่เข้ารับการอบรมเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่การเข้ามาในโครงการนี้มันตอบคำถามได้หลายอย่างที่เป็นบวกมากกว่าลบ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคลุมเครือแต่ทุกฝ่ายมีความเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ขณะเดียวกันทุกคนที่อยู่ที่นี้จะได้มีโอกาสคิดทบทวนอะไรหลายๆอย่างที่มันจะเป็นประโยชน์กับภาพรวมหรือสภาพสังคมของพี่น้องในวันข้างหน้า เช่น ด้านฝีมือ อาชีพ และรายได้ นอกจากนี้ยังมีรายได้ตอบแทนจากการฝึกอบรมกลับไปเป็นทุนต่อยอดอาชีพในพื้นที่ต่อไปได้อีก

แหล่งข่าว : คมชัดลึก




ลงวันที่ 05/11/2007 10:37:02
จำนวนผู้ชม 1479 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์