ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีที่ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการการศึกษา ระดับขั้นพื้นฐานจาก 6 : 3 : 3 คือ ประถมศึกษา ม.ต้น และ ม.ปลาย เป็น 9 : 3 คือการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี และ ม.ปลาย 3 ปี เพื่อรองรับผู้ที่จบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี แล้วเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพราะไม่ได้เรียนต่อว่า ความหมายของตนคือ ระบบ 6 : 3 : 3 จะยังคงมีอยู่ เพียงแต่ให้ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนและการประเมินผล ให้สอดคล้องกัน อาทิ เพิ่มเติมกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ให้มีความเข้มแข็งขึ้น จัดวิชาทางเลือกเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ให้นักเรียนได้เลือกเรียน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อทำให้ผู้ที่จบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี และไม่เรียนต่อระดับ ม.ปลายสามารถที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ เพราะตามกฎหมายแรงงาน ผู้ที่อายุ 15 ปี หรือเทียบเท่าจบการศึกษาภาค บังคับ 9 ปี ก็สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้แล้ว ต่างกับผู้ที่ อายุ 12 ปีหรือจบระดับ ป.6 ยังเข้าสู่ตลาดแรงงานไม่ได้ ฉะนั้นจึงควรจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ตนจะหารือรายละเอียดเรื่องนี้รวมถึงแนวทางการเลื่อนชั้นอัตโนมัติอีกครั้ง ในการประชุมยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกับ สพฐ.และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องที่ จ.ฉะเชิงเทรา ที่จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 9-11 พ.ย. เพื่อให้ได้ข้อสรุป ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เด็ด ที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยได้
นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ยอมรับว่า สพฐ. มีแนวคิดที่จะปรับเกณฑ์การให้เลื่อนชั้นอัตโนมัติจาก ม.3 ขึ้น ม.4 เช่นกัน แต่การจะปรับนั้นจะต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องมีการทดลอง ต้องมีการประชุมหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะเรื่องนี้จะกระทบภาพรวมของสังคม หากมีการปรับในทันทีจะมีคนมาร้องเรียนแน่นอน “การให้เกรดเฉลี่ย 1.00 ก็ผ่าน ม.3 นั้นทำให้เด็กไม่ท้าทาย เด็กจึงไม่ตั้งใจเรียน อีกทั้งเมื่อเด็กสอบตกวิชาใด บางโรงเรียนก็ให้เด็กซ่อมผ่านได้ง่าย ซึ่งหากโรงเรียนมีระบบการซ่อมเสริมที่มีคุณภาพ ก็จะไม่เกิดปัญหา และแต่ละโรงเรียนควรมีการจัดการศึกษาที่เป็นทางเลือกให้กับเด็กด้วย.
แหล่งข่าว : ไทยรัฐ