บาทแข็งน้ำมันแพงโละพนง.อื้อ/‘โกร่ง’ชี้ปีหน้าบักโกรก!
ปูนนครหลวง ปิดเตาผลิตปูนเม็ด 2 เตา สุดทนน้ำมันแพง บาทแข็ง เปิดทางพนักงานลาออก จ่ายผลตอบแทนสูงลิ่ว
ปัญหาค่าเงินบาทแข็งและน้ำมันแพง ฉุดกำลังซื้อสินค้าลดฮวบ ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะธุรกิจรายเล็กรายน้อยเท่านั้น ขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่ก็อยู่ไม่ได้แล้ว
ล่าสุด นายมาร์เซล สมิธ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง ผู้ผลิตปูนรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทย ก็ได้ประกาศให้พนักงานทุกคนทราบว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. เป็นต้นไป
นายสมิธ ให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยได้ถดถอยมาตั้งแต่ปี 2549 แม้บริษัทได้ปรับตัวโดยการส่งปูนส่วนเกินกำลังผลิตออกไปขายยังต่างประเทศ แต่จากปัญหาค่าเงินบาทแข็งขึ้น ทำให้ไม่มีกำไรจากการส่งออก และต้นทุนการผลิตยังสูงขึ้นมาก เช่น ค่าถ่านหิน วัตถุดิบที่เกี่ยวกับน้ำมันและกระดาษ
สำหรับการลดกำลังการผลิตลง บริษัทจึงจำเป็นต้องปรับลดคนงานลงตาม ด้วยการเปิด “โครงการ ออกจากงานด้วยความเห็นชอบร่วมกัน” โดยไม่จำกัดจำนวน และเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีอายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ให้ผลตอบแทนอย่างน้อย 15 เดือน และสูงสุด 40 เดือน สำหรับอายุงาน 30 ปีขึ้นไป สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.-7 ธ.ค. นี้
นายสถาพร เพชรทองคำ เลขานุการ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง กล่าวว่า บริษัทจะหยุดผลิตปูนเม็ด 2 เตา จากทั้งหมด 6 เตา กำลังผลิตปูนเม็ดหายไป 2.25 ล้านตัน จากที่ผลิตอยู่ 12.3 ล้านตัน แต่จะไม่มีผลให้ปูนในประเทศขาดแคลน
นางสาธินี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขณะนี้มีเพียงบริษัทข้ามชาติซึ่งทำธุรกิจในเมืองไทยมานานแค่รายเดียวที่มีแนวโน้มเลิกจ้างงาน และเป็นการเลิกจ้างแบบสมัครใจ แต่ยังไม่ถึง ขั้นปลดออกจากงานอย่างรุนแรง
ขณะภาพรวมกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ยังไม่มีสัญญาณของการเลิกจ้าง จะมีเพียงแค่กลุ่มที่เป็นแรงงาน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมที่ทยอยปิดตัวลง เพราะย้ายฐานการผลิต
นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.คลัง กล่าวว่า ในปีหน้าเศรษฐกิจในประเทศจะเกิดการชะลอตัวอย่างหนัก เกิดภาวะเงินเฟ้อ การลงทุนชะลอตัวลง ความมั่นใจของ ผู้บริโภคก็จะลดน้อยลง และในอีก 4-5 ปีข้างหน้าก็น่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นกัน
แหล่งข่าว : โพสต์ทูเดย์