น้ำมันแพงทำเอสเอ็มอีโคม่า ลดผลิต - แรงงาน 47 ล.ระทึก ขู่ราคาตลาดโลกพุ่งถึง $200

น้ำมันแพงทำเอสเอ็มอีโคม่า ลดผลิต - แรงงาน 47 ล.ระทึก ขู่ราคาตลาดโลกพุ่งถึง $200 | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ผู้จัดการรายวัน/เอเอฟพี/รอยเตอร์ - พิษน้ำมันแพงและแรงซื้อในประเทศวูบ กระทบ SMEs หนัก ส่อแววทยอยลดกำลังผลิตและปิดตัวหนีตาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดในประเทศ ส.อ.ท.รุดสำรวจผลกระทบ หวั่นแรงงานที่มีในระบบ 47 ล้านคนป่วน พลาสติกโอดต้นทุนพุ่ง 10% ขณะที่ผู้ประกอบการเหมืองรับลดกำลังการผลิตแล้ว 10-20% หลังตลาดอสังหาฯ ซบ เอเอฟพี/รอยเตอร์ ด้านการประชุมซัมมิตองค์การโอเปก “ชาเวซ”ขู่น้ำมันจะทะยานถึงบาร์เรลละ 200 ดอลลาร์ หากสหรัฐฯโจมตีอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ร่วมหลังการหารือ ผู้นำโอเปกยังให้คำมั่นที่จะซัปพลายน้ำมันอย่างเพียงพอ

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำมันแพงประกอบกับแรงซื้อในประเทศลดต่ำลงตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กหรือ SMEs ที่เน้นตลาดในประเทศเริ่มมีการลดการผลิต และปิดตัวบางแล้ว เพราะมีต้นทุนที่สูงขึ้นส่งผลให้มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งคงจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหากระดับราคาน้ำมันยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องในสิ้นปีนี้คาดว่าจะส่งผลให้ SMEs อาจต้องปิดกิจการเพิ่มขึ้น

**ส.อ.ท.ลุยสำรวจSMEs

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ส.อ.ท.กำลังสำรวจผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงที่มีต่อผู้ประกอบการ SMEs เพราะเห็นว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำมันแพงค่อนข้างมาก จึงมีความเป็นห่วงผู้ประกอบ จะแบกระรับภาระไม่ได้

“ค่าขนส่งที่มีต้นทุนสูงขึ้น ประกอบกับสินค้าช่วงนี้ขายไม่ค่อยดี เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจในไทยซบเซา เมื่อหนีไปส่งออกเจอปัญหาค่าเงินบาทแข็งอีก SMEs ก็บ่นๆ ว่าแย่ ดังนั้น จึงสำรวจให้แน่ชัดไปเลยว่าสถานการณ์ของ SMEs ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง” นายสันติกล่าว

นายธนิต โสรัตน์ รองเลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า มีความเป็นห่วงว่าขณะนี้ SMEsกำลังลำบาก ทั้งจากปัญหาน้ำมันแพง ค่าเงินบาท ภาวะเศรษฐกิจ ซึ่ง SMEs มีแรงงานในระบบถึง 47 ล้านคน หากปล่อยให้ปัญหามีมากขึ้นจะนำไปสู่การปลดคนงานในที่สุด โดยSMEs ที่จะได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงนี้ คือ กลุ่มสินค้าที่มีราคาขายต่ำ และมีการแข่งขันสูง อาทิ เสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า สินค้าพื้นบ้าน

**พลาสติกโอดต้นทุนพุ่ง10%-เหมืองเริ่มปิดตัว

นายสมศักด์ บริสุทธนะกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก ส.อ.ท. กล่าวว่า จากปัญหาน้ำมันแพงได้ส่งผลกระทบให้ราคาเม็ดพลาสติกสูงขึ้นจึงมีผลให้ต้นทุนการผลิตอุตสาหกรรมพลาสติกเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นกว่า 10% แล้วแต่การปรับราคาของผู้ประกอบการค่อนข้างลำบากเพราะมีการแข่งขันสูงประกอบกับผู้ค้ารายใหญ่ที่จัดซื้อสินค้าในกลุ่มพลาสติกเช่น ถุงพลาสติกซึ่งจะเป็นห้างสรรพสินค้ารายใหญ่จะมีการควบคุมราคาเช่นกันทำให้การปรับราคาไม่ง่ายนักส่งผลให้รายเล็กเริ่มทยอยปรับลดการผลิตลงและหากระดับราคาวัตถุดิบและน้ำมันยังคงสูงขึ้นอีกต่อเนื่องผู้ผลิตอาจต้องใช้วิธีการผลิตตามคำสั่งซื้อหรือลดการผลิตลงเพื่อหนีการขาดทุน

ขณะที่นายยงยุทธ เพ็ชรสุวรรณ ประธานสภาการเหมืองแร่ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเหมืองแร่ต้องประสบปัญหาน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้การขนส่งแร่ที่ผลิตภาพรวมมีต้นทุนเพิ่ม ขณะที่ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาเพิ่มได้โดยเฉพาะโรงโม่หินเพราะภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยซบเซาทำให้ผู้ประกอบการโรงโม่รายเล็กมีการปิดกิจการบ้างแล้วและที่เหลือเริ่มมีการลดการผลิตลง 10-20% เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่ลดลงไปด้วย

“วันนี้มีการขอหยุดทำเหมืองบ้างแล้วเรากำลังรวบรวมปัญหาทั้งหมดอยู่ ส่วนแร่บางประเภทเช่นยิปซั่มก็กำลังทำเรื่องที่จะขอขึ้นราคาส่งออกเพิ่มอีก 1 เหรียญต่อตันจากปัจจุบันถูกกำหนดโดยรัฐไว้ที่ระดับ 13 เหรียญต่อตันเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น”นายยงยุทธกล่าว

**อัญมณีส่งออกวูบ20%-อาหารดิ้นขอขึ้นราคา

นายอดิศักดิ์ ถาวรวิริยะนันท์ นายกสมาคมค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ชะลอการผลิตลง เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า รวมไปถึงน้ำมันแพงทำให้ยอดส่งออกลดลง 20% ดังนั้น จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มขึ้น โดยการหาแหล่งตลาดส่งออกใหม่ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขึ้นกว่าในปัจจุบัน

ด้านนายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การส่งออกอุตสาหกรรมอาหารภาพรวมยังพอไปได้อยู่ แต่คงต้องติดตามที่ล่าสุดค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาต้นทุนน้ำมันแพงทั่วโลกก็ประสบปัญหาเช่นกันแต่สำหรับการผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศเองผู้ผลิตจึงมีความพยายามปรับราคาเพิ่ม หรือบางรายก็พยายามผลิตตามคำสั่งซื้อเพื่อไม่เสี่ยงต่อการขาดทุนมากนักเพราะน้ำมันส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นพอสมควร

**ผู้นำเวเนฯขู่น้ำมันจะพุ่งถึง$200

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ในการประชุมระดับผู้นำขององค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปก) เมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ (17-18) ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ แห่งเวเนซุเอลา ได้ปราศรัยว่า ราคาน้ำมันดิบของโลกอาจจะพุ่งขึ้นสองเท่าตัวไปถึงระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถ้าหากสหรัฐฯเข้าโจมตีอิหร่าน

“ถ้าสหรัฐฯบ้าพอที่จะเข้าโจมตีอิหร่าน หรือก้าวร้าวต่อเวเนซุเอลาอีกครั้ง ราคาน้ำของน้ำมัน 1 บาร์เรล ก็จะไม่ใช่แค่ถึงระดับ 100 ดอลลาร์เท่านั้น แต่จะไปถึง 200 ดอลลาร์ทีเดียว” เขากล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดโอเปก ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย

ชาเวซ ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายซ้ายปากกล้าที่ต่อต้านผู้นำสหรัฐฯอย่างรุนแรง ยังเรียกร้องให้เหล่าผู้นำโอเปก ที่มาประชุมกันเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 47 ปีแห่งการก่อตั้งองค์การ ให้รวมกำลังกันเพื่อเหตุผลด้านภูมิรัฐศาสตร์

“วันนี้โอเปกยืนผงาดได้อย่างแข็งแกร่ง มันมีความแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต” ชาเวซซึ่งขึ้นพูดก่อนผู้นำคนอื่นๆ ในฐานะที่การประชุมซัมมิตโอเปกครั้งก่อนจัดขึ้นที่ประเทศของเขาเมื่อปี 2000 บอกและพูดต่อไปว่า “โอเปกควรตั้งตัวเองขึ้นเป็นตัวสร้างปฏิกิริยาทางภูมิรัฐศาสตร์ผู้กระตือรือร้น”

ทว่าความแตกแยกกันภายในเกี่ยวกับบทบาทขององค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมันแห่งนี้ ก็ปรากฏให้เห็น เมื่อกษัตริย์อับดุลเลาะห์แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่เป็นชาติทรงอิทธิพลที่สุดในโอเปก ตลอดจนเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯด้วย ทรงมีพระราชดำรัสในเวลาต่อมา โดยทรงยืนยันว่า ต้องไม่ทำให้น้ำมัน “กลายเป็นเครื่องมือแห่งความขัดแย้ง” ขึ้นมา

พระองค์ยังทรงปกป้องจุดมุ่งหมายของโอเปก ด้วยพระราชดำรัสซึ่งทั้งเนื้อหาและสไตล์แตกต่างเป็นตรงกันข้ามกับชาเวซ

“พวกที่พูดว่าโอเปกเป็นองค์การที่มุ่งผูกขาดนั้น กำลังละเลยข้อเท็จจริงที่ว่า โอเปกประพฤติตนในลักษณะสายกลางและมีสติปัญญาเสมอมา” กษัตริย์อับดุลเลาะห์ตรัสในตอนหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ผู้นำทั้งสองต่างเห็นพ้องต้องกันในประเด็นที่ว่า ราคาน้ำมันเวลานี้ยังต่ำกว่าระดับซึ่งเคยขึ้นไปสูงสุดในอดีตเมื่อทศวรรษ 1970 และ 1980 ถึงแม้มีเสียงเตือนจากพวกนักวิเคราะห์ว่า น้ำมันราคา 100 ดอลลาร์จะเป็นชนวนทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย และในที่สุดแล้วก็จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลงฮวบฮาบ

ทั้งนี้ กษัตริย์ซาอุดีทรงตรัสว่า ราคาปัจจุบันที่อยู่ใกล้บาร์เรลละ 100 ดอลลาร์นั้น เมื่อนำเรื่องอัตราเงินเฟ้อมาคำนวณด้วยก็จะพบว่าที่จริงแล้วยังต่ำกว่าราคาของช่วงทศวรรษ 1980

ขณะที่ชาเวซก็กล่าวว่า ราคาน้ำมันในปัจจุบัน มีมูลค่าอันแท้จริงภายหลังคำนวณปัจจัยเงินเฟ้อแล้ว เท่ากับแค่ราคา 33 ดอลลาร์ของเมื่อทศวรรษ 1970 เท่านั้น

ในเวลาต่อมาเมื่อประธานาธิบดีมาหมูด อาหมัดดิเนจัด ของอิหร่าน ขึ้นกล่าวปราศรัย ก็ได้อ้างว่า “กษัตริย์อับดุลเลาะห์ได้ทรงตรัสอย่างเดียวกัน นั่นคือ แม้กระทั่งราคา 100 ดอลลาร์ก็ยังน้อยเกินไปกว่าที่ควรจะเป็น”

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในวันศุกร์(16) ซึ่งเป็นวันเปิดทำการสุดท้ายของสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่า สัญญาน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูด ของตลาดไนเม็กซ์แห่งนิวยอร์ก ปิดที่ระดับ 95.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 1.67 ดอลลาร์ ส่วนน้ำมันดิบชนิดเบรนต์ของลอนดอน ปิดที่ 91.62 ดอลลาร์ สูงขึ้น 1.39 ดอลลาร์

**โอเปกย้ำซัปพลายน้ำมันอย่างเพียงพอ

สำหรับแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำโอเปกที่สิ้นสุดลงวานนี้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ที่ประชุมได้ยืนยันที่จะยังคงรับประกันการจัดหาซัปพลายน้ำมันเข้าสู่ตลาด ให้มีความเพียงพอและเชื่อถือได้ เพื่อสนองความต้องการของโลก

นอกจากนั้น แถลงการณ์ร่วมยังแสดงการสนับสนุนเทคโนโลยี “น้ำมันสะอาด” พร้อมกับย้ำถึงความปรารถนาของบรรดาผู้นำโอเปกที่ต้องการเห็นราคาน้ำมันซึ่งมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ร่วมไม่มีการพูดถึงเรื่องการเพิ่มการผลิต โดยที่ก่อนหน้านี้พวกรัฐมนตรีน้ำมันของโอเปกได้พูดแล้วว่า ประเด็นนี้จะนำไปหารือกันในที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคมที่อาบูดาบี

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ




ลงวันที่ 21/11/2007 09:18:50
จำนวนผู้ชม 1720 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์