ปชป.ชูธรรมาภิบาลบริหารประกันสังคม-พปช.ให้บริการอย่างน้อยมาตรฐานขั้นต่ำ

ปชป.ชูธรรมาภิบาลบริหารประกันสังคม-พปช.ให้บริการอย่างน้อยมาตรฐานขั้นต่ำ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ตัวแทนพรรคการเมืองโชว์วิสัยทัศน์ปฏิรูประบบประกันสังคม ปชป.เสนอหลักธรรมาภิบาลบริหารองค์กร ขยายประโยชน์ผู้ประกันตนคลุมคนในครอบครัว ด้าน มัชฌิมา-ชาติไทย เสนอตั้งองค์กรอิสระ ขณะที่พลังประชาชนเสนอยกเป็นนิติบุคคลง่ายต่อบริหารจัดการ ให้บริการรักษาอย่างน้อยมาตรฐานขั้นต่ำ พร้อมประสานเสียงไม่นำเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานร่วมกับกองทุนอื่นแน่นอน

ในการแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่อง การปฏิรูประบบประกันสังคม ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะอนุกรรมการสิทธิแรงงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน และศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานนานาชาติ (ACILS) ณ ห้องประชุม 101 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิฯ โดยมี 5 พรรคการเมืองมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์จากที่เชิญไปทั้งสิ้น 31 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคแรงงาน ซึ่งเวทีดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้แทนพรรคการเมืองต่างๆ แสดงวิสัยทัศน์นโยบายการปฎิรูประบบประกันสังคม โดยใช้วิธีตั้งคำถามให้ตอบคนละ 5 นาทีสลับกันไปมา

คำถามแรกคือ ทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้แทนพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ขณะนี้ประกันสังคมใช้อยู่แต่แรงงานในระบบ แต่ควรขยายไปสู่นอกระบบด้วย โดยทำให้เงินกองทุนเงินประกันสังคมมีความเป็นอิสระมากขึ้น ด้วยการยกระดับเป็นนิติบุคคลเพื่อสร้างเสถียรภาพในการทำงานไม่ถูกแทรกแซงทางการเมือง และให้มีการบริหารในรูปแบบไตรภาคี โดยแก้ พรบ.ประกันสังคม โดยเอาระบบอื่นๆ ที่ทำงานด้านเดียวกันเข้ามาไว้ เช่น การดึง สปสช.เข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้ได้รับบริการที่ใกล้เคียงกันที่สุด และให้ผู้ที่มีความสามารถเข้ามาบริหาร ซึ่งหากพรรคพลังประชาชนได้เข้ามาบริหารจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา รัฐแบ่งราชการออกเป็นส่วนกลางและท้องถิ่น แต่ไม่ได้มองภาคส่วนผู้ถูกปกครอง ซึ่งพรรคจะให้ความสำคัญกับการแบ่งสังคมเป็นสังคมอาชีพและดูแลกันเป็นระบบไตรภาคี เชื่อว่าหากสามารถทำได้รัฐจะสามารถส่งเงินอุดหนุนไปสู่สาขาอาชีพได้ โดยแต่ละไตรภาคีจะดูแลกันเองว่าจะส่งเงินสมทบเท่าไหร่ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ แรงงานในภาคการเกษตรสามารถจ่ายผลผลิตแทนเงินเพื่อสมทบเข้ากองทุนได้ เป็นต้น

นางผุสดี ตามไท ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แรงงานทุกคนควรได้รับการดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน และเศรษฐกิจที่ดีต้องไม่เอาเปรียบแรงงาน ซึ่งการดูแลเรื่องสุขภาพนั้น ต้องดูแลตั้งแต่ต้นทางซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุกโดยพรรคจะผลักดันให้มี พ.ร.บ.จัดตั้งสถาบันความปลอดภัยจากการทำงาน และระบบประกันสังคมเพื่อดูแลแรงงานทั้งหมด

“วันนี้มีเพียงกว่า 9 ล้านคนเท่านั้นที่ได้ใช้ประกันสังคม ทางพรรคจะผลักดันให้ประกันสังคมครอบคลุมไปถึงคู่สมรสและบุตรด้วย นอกจากนี้ยังสนับสนุนด้านการออมโดยถ้าประชาชนออม 1 ส่วนรัฐจะสนับสนุน 1 ส่วน”

นายนาวิน ขันธหิรัญ ผู้แทนพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า สปส.มีขนาดใหญ่เกินไปที่จะอยู่กับกระทรวงแรงงาน และต้องทำงานได้อย่างอิสระ ซึ่งจะทำอะไรได้อีกมาก ส่วนภาครัฐเองก็จะสบายใจขึ้น เพราะไม่ต้องเสียบุคลากรมาคอยดูแล และจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องความโปร่งใส

นายสุชิน ทับพลี หัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า ถ้าเป็นรัฐบาลจะขอให้ประกันสังคมเป็นมาตรฐานเดียวกับการรักษาของข้าราชการ คือ เบิกจ่ายได้ตามจริง ทุกวันนี้ตนเป็นโรคลูคีเมีย แต่เบิกจ่ายไม่ได้ เพราะต้องเป็นระยะ 2-3 วันนี้ตนต้องใช้เงินตัวเองเป็นค่ารักษาพยาบาลซึ่งหมดไปเป็นล้าน ที่สำคัญจะไม่มีการเก็บเงินจากลูกจ้างอีกเพราะทุกวันนี้มีเงินกองทุนอยู่ 4 แสนล้านจะท่วมตาย แถมบอร์ดเอาไปเที่ยวดูแกรนด์แคนยอนที่สหรัฐฯ ทุกวันนี้ควรประยุกต์มาใช้ระบบรักษาพยาบาลที่ดีและเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ และสามารถตัดจ่ายกับ สปส.ได้ทันที ที่สำคัญต้องรักษาทุกโรค นอกจากนี้ ตนขอเสนอยกเลิกการเก็บเงินสมทบจากลูกจ้างให้เก็บเฉพาะนายจ้างและรัฐจ่ายสมทบเท่านั้น

คำถามข้อต่อมา คือ ทำอย่างไรให้ระบบประกันสังคมเกิดความโปร่งใส ซึ่ง นางผุสดี กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงมากที่มีการเอาเงินไปเที่ยว ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหาร ทั้งในเรื่องความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และตรวจสอบได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะมีทีมติดตามและดูแล

นายนาวิน กล่าวว่า จะตั้ง สปส.ให้เป็นองค์กรอิสระโดยให้มีนักกฎหมาย แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน เป็นคณะกรรมการ ให้มีการตรวจสอบทุก 6 เดือน ซึ่งจะทำให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใสเป็นไปได้ด้วยดี แต่หากมีปัญหาสามารถปลดผู้บริหารได้

ด้าน นายสุชิน กล่าวว่า ปัจจุบันตัวแทนผู้ใช้แรงงานที่ไปอยู่ในบอร์ดไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์เท่าที่ควรโดยปล่อยให้เงินบริหารร้อยละ 10 รั่วไหล แต่พรรคแรงงานเห็นว่าควรเลือกสรรผู้บริหารที่ดีและให้มีการจัดตั้งสภาเหมือนสภาผู้แทนราษฎรที่มีตัวแทนจากภาคต่างๆ มาคอยควบคุมกำกับดูแลผู้บริหาร โดยสามารถเสนอกฎหมายการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆกับ ผู้ประกันตนได้ หรือแม้แต่เปิดอภิปรายซักฟอก รวมถึงฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้บริหารได้ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าขณะนี้มีนักการเมืองที่แสวงหาผลประโยชน์ต้องการที่จะนำเงินกองทุนไปใช้ในทางที่ไม่ควร

ขณะที่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า โจทย์สำคัญคือเมื่อเงินกองทุนชราภาพไหลออก จำเป็นต้องหารายได้เพิ่มเพื่อรองรับให้ได้ซึ่งจำเป็นต้องหาเงินให้ได้ร้อยละ10-12 ขึ้นไปเพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้กองทุนประกันสังคมเจ๊ง ดังนั้น เงินลงทุนควรแยกออกเป็นนิติบุคคล ส่วนไตรภาคีควรต้องว่ากันเป็นกลุ่มอาชีพ ในส่วนการดูแลแรงงานนอกระบบ แรงงานต่างด้าวนั้น แต่ละพรรคการเมืองได้แสดงวิสัยทัศน์ดังนี้

นายนาวิน กล่าวว่า จะขายพันธบัตรเพื่อมาดุแลรับสวัสดิการให้ครอบคลุมแรงงานเหล่านี้

นายสุชิน กล่าวว่า จะจัดเก็บเงินภาษีจากแรงงานร้อยละ 5 เพื่อนำมาเป็นเงินสนับสนุนให้เด็กไทยเรียนได้จนจบปริญญาตรี ขณะที่ก็มีเงินเดือนให้กับผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน

ส่วน นางผุสดี กล่าวว่า ควรจะมีการกำหนดแผนที่ชัดเจนว่าในแต่ละปีต้องการแรงงานต่างด้าวจำนวนเท่าไหร่ เพราะสิ่งสำคัญควรต้องจ้างงานในประเทศให้ทุกคนมีงานทำก่อนที่จะนำเข้าแรงงานต่างด้าว

นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนแรงงานนอกระบบรับควรต้องกำหนดการจ่ายเงินสมทบในแต่ละสาขาอาชีพแต่ไม่ควรน้อยกว่า 1 เท่า รวมทั้งทำแผนแรงงานแห่งชาติอีกด้วย

ขณะที่นายประเทือง แสงสังข์ ผู้แทนจากพรรคชาติไทย ซึ่งเดินทางมาแสดงวิสัยทัศน์ล่าช้าที่สุด กล่าวว่า รัฐจะต้องหารายได้มาช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ แต่การที่จะให้เข้าประกันสังคมแบบสมัครใจนั้น ตนเห็นมาจากหลายประเทศแล้วว่าไปไม่รอด เพราะถ้าสมัครใจเงินประกันสังคมก็จะไม่มากขนาดนี้ คำถามต่อมาคือ หากได้เป็นรัฐบาลจะนำเงินกองทุนประกันสังคมไปรวมกับกองทุนอื่นหรือไม่

นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ทางพรรคพลังประชาชนไม่มีนโยบายที่จะเอาเงินจากกองทุนนี้ไปรวมกับกองทุนอื่น แต่จะดูแลให้ผู้ประกันตนได้รับบริการอย่างน้อยมาตรฐานขั้นต่ำ ส่วนผลตอบแทนจะสูงหรือไม่นั้นต้องดูเพราะถ้าไม่หารายได้เพิ่มอีกร้อยละ 10-12 กองทุนจะล้ม เพราะจะต้องเริ่มจ่ายประกันชราภาพในปี 2557 แล้ว

นางผุสดี กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคิดที่จะเอาหยาดเหงื่อพี่น้องแรงงานไปหากินอย่างอื่นแน่นอน แต่พรรคอื่นที่จะเอาไปออกดอกออกผล 10-12% ก้ต้องดูว่าเอื้ออำนวยหรือไม่และสุจริต โปร่งใส หรือเปล่า

ส่วนตัวแทนพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า จะไม่มีการนำเงินประกันสังคมไปรวมกับกองทุนอื่นแน่นอน

นายสุชิน กล่าวว่า จะปกป้องรักษาเงินกองทุนให้ดีที่สุด จะอภิปรายโจมตีแฉพฤติกรรมกลางสภาของผู้ที่เอาเงินกองทุนของแรงงานไปใช้

นายประเทือง กล่าวว่า กองทุนประกันสังคมถือเป็นกองทุนกรณีพิเศษ ดังนั้น จะไม่มีการนำเงินกองทุนนี้ไปรวมกับกองทุนอื่นในทุกกรณีและสปส.ต้องเป็นองค์กรอิสระ

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ




ลงวันที่ 06/12/2007 13:56:35
จำนวนผู้ชม 1584 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์