ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงานให้มีการปรับเพี่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปีปี 2551 ตั้งแต่ 1-7 บาท ใน 56 จังหวัด แต่มี 20 จังหวัดไม่ได้รับการปรับ ทำให้เกิดเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ในบรรดาผู้ใช้แรงงานว่าคณะกรรมการค่าจ้างถูกนายทุนครอบงำและมีการพิจารณากันแบบต่อรองนั้น
นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรม การอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดทั้ง 20 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครพนม นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พะเยา ยะลา ลำปาง ศรีสะเกษ สงขลา สุโขทัย สุพรรณบุรี อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์และอุบลราชธานี มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด โดยให้เหตุผลว่าลูกจ้างมีความเห็นให้คงอัตราค่าจ้างเดิม เนื่องจากมีความเหมาะสมอยู่แล้ว แม้ว่าราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีการปรับราคาขึ้นสูงก็ตาม แต่ลูกจ้างก็สามารถอยู่ได้ อีกทั้งนายจ้างได้เพิ่มสวัสดิการทดแทนให้แล้ว นอกจากนี้ ลูกจ้างได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิตด้วย
"คณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง ซึ่งมีตนเป็นประธานได้พิจารณากลั่นกรองข้อเสนอของคณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดแล้วมีมติเห็นชอบตามที่จังหวัดเสนอ และคณะกรรมการค่าจ้างก็เคยมีมติให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดทั้ง 20 จังหวัด ในอัตราวันละ 3 ถึง 4 บาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550 มาแล้ว ซึ่งในการปรับครั้งนั้นมีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อของจังหวัด ถึงแม้ว่าจังหวัดจะไม่เสนอขอปรับ แต่คณะกรรมการค่าจ้างก็ได้มีการปรับให้ และนายจ้างได้มีการปรับเพิ่มสวัสดิการเพิ่มให้ แต่หากภาวะเศรษฐกิจ สังคมและแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงจนผลกระทบต่อการครองชีพของลูกจ้างในจังหวัดและภาพรวมของประเทศ คณะกรรมการค่าจ้างกลางคงจะมีการพิจารณาทบทวนต่อไป"นายไพโรจน์ กล่าว
แหล่งข่าว : แนวหน้า