นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ตระหนักถึงปัญหาการค้ามนุษย์ โดยกำหนดนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมไว้ 3 ด้าน คือ ประการแรก เราได้ส่งเสริมความรู้และการให้ความคุ้มครองแรงงานที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือหรือถูกหลอกลวงจากบริษัทจัดหางานหรือนายจ้าง ประการที่สองเราพยายามแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและเปลี่ยนปัญหาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อแรงงานไทย ประการสุดท้าย การให้ความคุ้มครองสิทธิ และผลประโยชน์แก่แรงงานในระบบและนอกระบบตามที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้เราตระหนักว่าแรงงานอพยพภายในประเทศและระหว่างประเทศ มักเป็นเหยื่อกระบวนการบังคับใช้แรงงานอย่างทารุณ หรือการค้ามนุษย์ แม้ว่าการเคลื่อนย้ายแรงงานจะเกิดจากการขยายตัวทางเศรฐกิจ และความต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น นี่ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะการบังคับใช้แรงงานส่งผลกระทบต่อเรา ดังนั้นทุกประเทศควรให้ความเอาใจใส่อย่างจริงใจเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแรงงานเด็กและหญิง
"สำหรับประเทศไทยสภานิติบัญญัติแห่งชาติกำลังพิจารณาร่างกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ซึ่งจะช่วยให้ช่วยคุ้มครองเหยื่อที่เป็นเด็ก ผู้หญิง รวมถึงผู้ชาย และมีมาตรการลงโทษทั้งผู้ค้าและนายจ้างการค้ามนุษย์ ซึ่งบังคับการใช้แรงงานและหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ ตนจึงหวังเป็นย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ปรึกษาหารือ เสริมสร้างแผนปฏิบัติการและโครงการที่มีอยู่ให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ ILO ตั้งไว้" นายไพโรจน์ กล่าวในที่สุด
แหล่งข่าว : แนวหน้า