ซับไพรม์พ่นพิษเขมร 1,000 ฮือทุบรื้อโรงงาน

ซับไพรม์พ่นพิษเขมร 1,000 ฮือทุบรื้อโรงงาน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



คนงานโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าส่งออกในกรุงพนมเปญแห่งหนึ่งพากันบุกเข้าค้นทุบทำลายข้าวของในสำนักงานของบริษัทนายจ้างที่อยู่ภายในโรงงาน ด้วยความโกรธแค้นหลังจากเจ้าของโรงงานแห่งนี้ ไม่ยอมแก้ไขกรณีพิพาทเกี่ยวกับค่าจ้างแรงงานที่ยืดเยื้อมานานข้ามปี

เหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรงนี้เกิดในตอนสายวันจันทร์ (11 ก.พ.) ที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าตอนกา (Tonga) ในเขต อ.ดางกาว (Dang Kao) รอบนอกกรุงพนมเปญ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่สร้างความเสียหายให้แก่ตัวอาคารและวัสดุอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้จำนวนมากถูกทุบทำลาย

หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ (Koh Santepheap) ภาษาเขมรรายงานเรื่องราวดังกล่าวในฉบับวันอังคาร

คนงานกว่า 1,000 คนได้กรูกันเข้าไปในสำนักงานของบริษัทด้วยความโกรธแค้น หลายคนช่วยกันพังประตู และทุบกระจกหน้าต่าง ทุบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สิ่งของอีกหลายรายการได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย คนงานยังขู่จะเผาโรงงานอีกด้วย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการแก้ไขกรณีพิพาทแรงงานที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้วไม่ประสบความสำเร็จ เจ้าของโรงงานไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการ

ไม่เพียงเท่านั้นเจ้าของโรงงานซึ่งเชื่อกันว่าเป็นนักลงทุนจากไต้หวัน ยังได้ปิดโรงงานและค้างจ่ายเงินค่าจ้างพนักงาน ช่วงเวลาครึ่งเดือนที่ยังปฏิบัติงานตามปกติก่อนเกิดกรณีพิพาท

ตัวแทนของคนงานกล่าวว่า การประท้วงด้วยความรุนแรงนี้เกิดขึ้นจากภาวะที่สุดจะอดทนต่อไปเพราะว่าคนงานรอคอยให้นายจ้างแก้ไขปัญหามานานกว่า 2 เดือน ขณะที่ทุกคนไม่มีรายได้อย่างอื่น แต่นายจ้างยังเพิกเฉย และไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นในท่ามกลางข่าวเล่าลือว่า นายจ้างได้ปิดโรงงานอย่างถาวรและหลบหนีออกจากกัมพูชาไปแล้ว

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้รายงานว่าคนงานไม่ได้ทุบทำลายจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมในโรงงาน ด้วยเกรงว่านายจ้างจะนำไปกล่าวอ้างเป็นสาเหตุในการปิดโรงงานอย่างถาวร ซึ่งจะทำให้ทุกคนไม่มีงานทำ

กรณีพิพาทแรงงานเริ่มขึ้นโดยคนงานโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าส่งออกแห่งนี้ พากันหยุดงานเมื่อปลายปีที่แล้ว เรียกร้องให้นายจ้างปรับปรุงค่าจ้างให้คนงานได้รับเท่ากับเมื่อก่อน

สำหรับโรงงานบริษัทตอนกานี้ เวลาต่อมานายจ้างได้ตกลงปรับค่าจ้างขึ้นเป็นคนละ 50 ดอลลาร์เป็นเงินเดือนตายตัวไม่มีค่าล่วงเวลาใดๆ ซึ่งได้ทำให้คณะอนุญาโตตุลากรที่รัฐบาลแต่งตั้งชุดหนึ่งเข้าไกล่เกลี่ย แต่นายจ้างไม่ปฏิบัติตาม นำไปสู่การนัดหยุดงานยืดเยื้อจ้ามปี จนกระทั่งกลายมาเป็นความรุนแรง

เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ยอดการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปกับผลิตภัณฑ์สิ่งทอต่างๆ ไปยังตลาดสหรัฐฯ ลดลงถึง 43% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2550 หลังจากเกิดวิกฤตทางการเงิน อันเนื่องมาจากหนี้เสียในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ พุ่งขึ้นสูงมาก

คณะอนุญาโตตุลาการที่รัฐบาลแต่งตั้งได้ชี้ขาดให้โรงงานของบริษัทต่างชาติต้องชดเชยรายได้ให้แก่คนงานที่นัดหยุดงาน แต่นายจ้างไม่ยอมปฏิบัติตาม และ ปิดโรงงานมาตั้งแต่นั้นโดยไม่มีการเจรจาใดๆ อีก

ระหว่างหยุดงาน คนงานได้พากันดูแลเครื่องจักรเครื่องกลต่างๆ ในโรงงาน มีการจัดเวรยามอย่างรัดกุม เพราะเกรงว่านายจ้างจะส่งคนไปรื้อถอนออกไป จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ในตอนเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีข่าวเล่าลือว่านายจ้างหมดหน้าตัก โรงงานเจ๊งและออกนอกประเทศไปแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาว่า กำลังจะมีการปิดโรงงานหลายแห่ง อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ทั้งนี้เนื่องจากว่าราว 70% ของเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากโรงงานในกัมพูชา นั้นส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ

ตามตัวเลขของสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้ากัมพูชา (Garment Manufacturers'' of Cambodia) อุตสาหกรรมนี้เป็นแหล่งรายได้ประมาณ 80% ของกัมพูชา ปัจจุบันจ้างแรงงานราว 350,000 คน

อุตสาหกรรมการ์เม้นท์เคยขยายตัวปีละประมาณ 20% แต่นายวันซูเอียง (Van Sou Ieng) ประธาน GMAC กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อเดือนที่แล้วว่า ยอดส่งออกตลอดปี 2007 ขยายตัวเพียงแค่ 2.4% เท่านั้น รวมมูลค่าประมาณ 2,900 ล้านดอลลาร์

ส่วนรูปการในปี 2551 นี้ “เป็นที่แน่นอนว่าออกมาไม่ดีแน่” นายซูเอียงกล่าวพร้อมเตือนว่าสถานการณ์เช่นนี้จะทำให้มีการปิดโรงงาน คนจำนวนมากต้องว่างงาน

กัมพูชาได้เป็นปลายทางใหม่ของนักลงทุนต่างชาติที่มุ่งเข้าไปใช้แรงงานราคาถูก เพื่อกอบโกยผลกำไรในยุคที่อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้ากำลังรุ่งโรจน์ ตลาดยุโรป-สหรัฐฯ มีกำลังซื้อสูง หลายบริษัทได้ “กระจายความเสี่ยง” ขยายการลงทุนออกไปจากจีนหลังจากค่าแรงในประเทศนั้นสูงขึ้น

กัมพูชาก็เช่นเดียวกันกับหลายประเทศในเอเชียและยุโรปตะวันออก ซึ่งรวมทั้งในเวียดนาม อินโดนีเซีย จีนและบังกลาเทศ นักลุงทนข้ามชาติได้ทำให้อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าขยายตัวอย่างรวดเร็วและในอัตราที่สูงมากในช่วงปีใกล้ๆ นี้

หลังเกิดวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ประเทศต่างๆ ได้เริ่มรับรู้และต่างเตรียมการรองรับ แต่การหางานใหม่ให้กับคนงานนับแสนๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายในประเทศที่กำลังพัฒนา.

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ




ลงวันที่ 14/02/2008 11:47:21
จำนวนผู้ชม 1490 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์