ซีพี" อัดรัฐบาลบิดเบือนกลไกตลาด แนะปรับค่าแรงขั้นต่ำ

ซีพี" อัดรัฐบาลบิดเบือนกลไกตลาด แนะปรับค่าแรงขั้นต่ำ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



เครือซีพี ค้านมาตรการตรึงราคาสินค้า ชี้รัฐบาลกำลังบิดเบือนกลไกตลาด หวั่นส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย พร้อมแนะให้ปรับขึ้นราคาค่าแรงขั้นต่ำแทน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม สอดรับกับราคาอาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น

วันนี้(25 ก.พ.) นายอาชว์ เตาลานนท์ รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) มองว่า การที่รัฐบาลตรึงราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตร หรือเนื้อสัตว์ เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น เพราะแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกยังปรับตัวสูงขึ้น หากฝืนด้วยการตรึงราคาไว้เช่นนี้ไม่เพียงกระทบเกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังจะส่งผลกระทบต่อจีดีพีของประเทศด้วย

ดังนั้น ไทยควรจะใช้โอกาสที่ราคาสินค้าเกษตรปรับขึ้นทั่วโลกสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในประเทศให้เพิ่มขึ้น เหมือนเช่นในสหรัฐ และ ยุโรป เป็นต้น

"มันจะดีถ้าเราปล่อยให้ราคสินค้าเกษตรลอยตัว เกษตรกรก็จะรวย ทุกอย่างราคาดี เศรษฐกิจก็จะดีตามไปด้วย แต่ถ้าเราไปกดราคา หรือ ตรึงราคา ไว้ เราก็จะมีปัญหา ราคาสินเค้าเกษตรไม่ได้ปรับขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว ตอนนี้เป็นโอกาส ถ้าไปอย่างนั้น ระยะต่อไป สินค้าเกษตรก็จะหายหมด"

นายอาชว์ เห็นว่า เมื่อปล่อยให้ราคาสินค้าเกษตรลอยตัว ทางรัฐบาลก็ควรปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้กับผู้ใช้แรงงาน ผู้มีรายได้น้อย หรือ ข้าราชการ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่ถ้ายังคงตรึงราคาสินค้าเกษตรไว้ ก็เท่ากับให้โอกาสดีหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย

นายสารสิน วีระพล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือซีพี กล่าวว่า แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกจากนี้ไปจะปรับขึ้ต่อนไปอีก 10-20 ปี ปีละราว 10-12% เป็นผลจากกระแสพลังงานทดแทน เช่น ข้าวโพด เป็นต้น จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของเกษตรกรที่จะขายสินค้าเกษตรได้ราคาดี แต่ก็ส่งมีผลต่อประเทศที่มีรายได้ปานกลาง รวมทั้งไทย ที่จะได้รับผลกระทบประมาณ 20% ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้วกระทบเพียง 3%

ด้านนายวีรวัฒน์ กาญจนดุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่บริหารอาวุโส เครือซีพี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรจะแก้ปัญหาระยะสั้น 3-6 เดือน แต่ควรมองไปถึงระยะยาว เพราะหากรัฐเข้าไปตรึงราคา ทั้งๆที่ผู้ผลิตมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ก็จะทำให้ผู้ผลิตหรือเกษตรกรรายย่อยลดลง ขณะที่รายใหญ่ก็ไม่กล้าที่จะขยายกำลังการผลิต เพราะไม่ต้องการเสี่ยง และสถาบันการเงินเองก็คงยากที่จะปล่อยกู้สำหรับธุรกิจเกษตรที่มีภาวะเสี่ยงจากนโยบายรัฐบาล

แม้ว่าเครือซีพีจะเป็นผู้ผลิตเนื้อสัตว์รายใหญ่ เช่น กรณีเนื้อหมู แต่เครือซีพีเป็นเพียงผู้ขยายหมูพันธุ์ และมีรายย่อยเป็นผู้เลี้ยงในนลักษณะ contract farming ดังนั้นการตรึงราคาจึงไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาถาวร อย่างไรก็ดี ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เครือซีพีไม่มีแผนขยายการผลิตเนื้อไก่เนื้อหมูในประเทศ แต่หันมาผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปมากกว่า และขยายการเลี้ยงสัตว์ไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา พม่า เป็นต้น

"การตรึงราคาเท่ากับไปตรึงรายได้เกษตรกร ไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาถาวร ถ้าตรึงราคา รายย่อยก็จะล้มหายตายจากไป รายใหญ่ก็ไม่กล้าขยาย ปัญหาก็จะลากยืดเยื้อไปหมด" นายวีรวัฒน์ กล่าวสรุปทิ้งท้าย

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ




ลงวันที่ 27/02/2008 11:08:52
จำนวนผู้ชม 1784 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์