สมบูรณ์ ศรีคำดอกแค 11 ปียังไม่สาย รอวันพิพากษาความจริง

สมบูรณ์ ศรีคำดอกแค 11 ปียังไม่สาย รอวันพิพากษาความจริง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



voice-41.jpg

         เช้าตรู่วันที่ 4 สิงหา ดิฉันได้เปิดอ่านหนังสือพิมพ์มติชนและสายตาไปสะดุดกับข่าวเล็ก ๆ ซึ่งพาดหัวว่า “ 11 ปีคดี ฝุ่นฝ้าย ยังยืดเยื้อ ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา ”

         ในเนื้อข่าวดังกล่าวได้เล่าถึงกรณีคุณสมบูรณ์ ศรีคำดอกแค กับเพื่อนรวม 38 คนอดีตพนักงานของบริษัท โรงงานทอผ้ากรุงเทพ จำกัดได้ยื่นฟ้องโรงงานทอผ้าแห่งนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการทำงานโรงงานจนทำให้ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ โรคฝุ่นฝ้ายหรือเรียกว่า บิสซิโนซิส และคดีนี้ได้เคยยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลางไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว         กระทั่งวันที่ 30 กันยายน 2546 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ป่วยชนะคดี แต่คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากบริษัทดังกล่าวยังยื่นอุทธรณ์ในชั้นศาลฎีกาต่อ จนถึงขณะนี้กระบวนการในชั้นศาลใช้เวลานานกว่า 11 ปี และมีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาดังกล่าว โดยศาลแรงงานได้ให้คู่ความนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลเพิ่มเติมต่อไป

         ทันทีที่ดิฉันอ่านข่าวจบก็ต่อโทรศัพท์สายตรงถึง คุณสมบุญ ศรีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย คุยได้ไม่นานจึงรู้ว่าเธอยืนหยัดต่อสู้กับคดีนี้มากว่า 10 ปี เพื่อยืนหยัดพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าโรคที่เกิดจากการทำงานมีจริง และจะได้สร้างความตระหนักให้กับสังคมในเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น

         สมบูรณ์บอกกับดิฉันว่า หากผู้ป่วยไม่ออกมาพูดหรือนิ่งเงียบ หรือไม่กระตือรือร้นที่จะป้องกันตัวเอง โรงงานก็ไม่ปรับปรุงให้สภาพแวดล้อนในการทำงานให้ดีขึ้น และไม่ตระหนักว่าโรคจากการทำงานนั้นมีจริง

         “ ถ้าเราผู้ป่วยไม่ออกมาพูด นิ่งเงียบ สังคมก็จะไม่รู้ว่าเราป่วยจริงๆ พี่น้องคนงานก็จะไม่กระตือรือร้นที่จะป้องกันตัวเอง โรงงานก็ไม่ปรับปรุงให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น สังคมก็ไม่เกิดบรรทัดฐาน และไม่ตระหนักว่าโรคจากการทำงานมีจริง และไม่มีการป้องกันร่วมกัน เราไม่อยากให้ใครเป็นเหมือนเรา ชีวิตที่อยู่แบบคนธรรมดาไม่ได้ ปอดเสื่อมสมรรถภาพ รักษาไม่หาย สูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ต้องเสียเงินค่ายาทุกเดือน ใครไม่เป็นเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันทรมานแค่ไหน ” สมบูรณ์เล่าให้ฟังผ่านสายโทรศัพท์ ขณะที่ดิฉันนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ

         คุณสมบุญเล่าให้ดิฉันฟังต่อไปว่าทางกลุ่มผู้ป่วยฯและผู้ใช้แรงงานยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดตั้ง “ สถาบันคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ ” โดยจัดตั้งเป็นองค์กรอิสระมีการทำงานแบบเบญจภาคี คือมีตัวแทนของลูกจ้าง นายจ้าง รัฐ กลุ่มผู้ป่วย และนักวิชาการ โดยทำงานแบบครบวงจร คือทำหน้าที่ตรวจสอบ ฟื้นฟู ดูแล รักษา และจ่ายเงินทดแทนให้กับผู้ป่วยจากการทำงาน ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะทำให้ผู้ป่วยจากการทำงานได้รับการดูแลเยียวยาจากภาครัฐและสังคมมากขึ้น

         ในฐานะที่ดิฉันเผอิญได้มารับรู้กรณีนี้ และแม้อาจจะไม่มีประสบการณ์ร่วมกับเธอและเพื่อนมากนัก แต่ดิฉันเห็นว่าการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมของเธอจะก่อประโยชน์แก่ผู้อื่นได้บ้างไม่มากก็น้อยเช่นกัน และแน่นอนเราก็พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้เธอและหวังว่าสิ่งที่เธอต้องการให้รัฐหันมาเยียวยาผู้ป่วยคงจะเป็นจริงได้ในเร็ววันนี้

         แต่สิ่งหนึ่งที่เธอกล่าวและดิฉันเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่เราทุกคนนั่นคือ “ เครื่องจักรเมื่อเสื่อมคุณภาพหรือชำรุดยังหาอะไหล่เปลี่ยนได้ แต่ร่างกายคนเราเมื่อเสื่อมโทรมแล้วไม่สามารถหาอะไหล่มาทดแทนได้ ” คงต้องถามต่อไปว่า ระหว่างคุณค่าของความเป็นคนของแรงงานกับคุณค่าของเครื่องจักรสิ่งไหนที่นายจ้างควรให้ความสำคัญในฐานะที่เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ที่มา : วารสารแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

ฉบับที่ 4/2549 กรกฎาคม-สิงหาคม 2549 หน้า 14

โดย ; www.thailabour.org




ลงวันที่ 29/03/2008 23:12:03
จำนวนผู้ชม 2459 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์