ไทยเปิดศักราชมุ่งเข้าสู่ยุคหุ่นยนต์ เร่งรัฐลงทุนทดแทนแรงงานคนใช้ทำงานอันตราย

ไทยเปิดศักราชมุ่งเข้าสู่ยุคหุ่นยนต์ เร่งรัฐลงทุนทดแทนแรงงานคนใช้ทำงานอันตราย | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



สถาบันไทย-เยอรมันแนะรัฐบาลเร่งพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งยานยนต์/ อิเล็กทรอนิกส์เคมีคอล+พลาสติก และ ยาง ใช้หุ่นยนต์ทำงานอันตรายแทนคน แถมยังเป็นการดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ ชี้ไทยตื่นตัวด้านนี้ช้ากว่าสิงคโปร์กับมาเลเซียมาก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าหุ่นยนต์ไม่ถึง 4,000 ตัว ขณะที่อุตฯเป้าหมายมีการพัฒนามากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

นายมงคล อาทิภานุ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอัตโนมัติ สถาบันไทย-เยอรมัน กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า รัฐบาลควรสนับสนุนให้บุคลากรในประเทศไทย มีความรู้ หรือความสามารถในการผลิต หุ่นยนต์สำหรับใช้ในภาคอุตสาหกรรม มากขึ้น เพื่อเป็นการรองรับการเติบโต ของอุตสาหกรรมเป้าหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ กับอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และยังเป็นการดึงดูดนักลงทุนให้มาลงทุนในประเทศไทยอีก ด้านหนึ่งด้วย

ปัจจุบันหุ่นยนต์ที่ใช้อยู่ในประเทศไทยส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จากสถิติในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาปรากฏว่า ปี 2548 มีการนำเข้ามาประมาณ 1,458 ตัว ปี 2549 นำเข้าประมาณ 1,102 ตัว และปี 2550 นำเข้าประมาณกว่า 1,000 ตัว รวมแล้วขณะนี้ประเทศไทยมีการใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมอยู่ประมาณ 4,000 ตัว ขณะที่ทั่วโลกมีใช้อยู่ประมาณ 1,000,000 ตัว ทางศูนย์คาดการณ์ว่าในปี 2553จะมีการใช้หุ่นยนต์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1,170,000 ตัว อุตสาหกรรมที่ใช้มากๆ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์, เคมีคอล, พลาสติก, ยาง, อิเล็ก ทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น

เหตุผลของอัตราการใช้หุ่นยนต์เพิ่มมากขึ้นนั้น เกิดจาก 1)เพื่อทดแทนแรงงานในส่วนการผลิตที่น่าเบื่อหรือที่เป็นอันตราย ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น 2)ทดแทนต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น และ 3)เป็นการเพิ่มพูนเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภท เช่น ก่อสร้าง, อิเล็กทรอนิกส์

"แม้ว่าปัจจุบันจะมีการนำหุ่นยนต์มาทดแทนแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ แต่ผมคิดว่าเรื่องของการว่างงานของคนไทยไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหา เพราะหุ่นยนต์ที่มาทำงานทดแทนแรงงานในอุตสาหกรรม จัดเป็นงานที่อันตรายหรือน่าเบื่อซึ่งปัจจุบันคนไทยทำน้อยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมาทำ นั่นหมายความว่าเรามีการใช้หุ่นยนต์ทดแทนแรงงานต่างชาติเท่านั้น ไม่ใช่มาแย่งงานคนไทยทำ" นายมงคลกล่าว

นายมงคลกล่าวต่อไปว่า ประเทศไทย ยังตื่นตัวเรื่องของการพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์ "ช้ากว่า" สิงคโปร์และมาเลเซีย ทั้งๆ ที่ไทยมีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่พัฒนามากกว่า ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาให้คนไทยสามารถผลิตหุ่นยนต์ใช้เองได้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอย่างเดียว อาจจะเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้ในงานเฉพาะทาง เช่น หุ่นยนต์ดับเพลิง การทหาร เป็นต้น "ให้ดูว่าประเทศไทย มีการพัฒนาเทคโนโลยี สามารถรองรับ การเติบโตของอุตสาหกรรมได้ เป็นการจูงใจให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นในประเทศ อีกทั้งหากมีการผลิตหุ่นยนต์มากขึ้น ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ผลิตชิ้นส่วนในการผลิตก็จะรับประโยชน์ตามไปด้วย" นายมงคลกล่าว

อย่างไรก็ตามสถาบันไทย-เยอรมัน ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการฝึกอบรมบุคลากรด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ แต่จำนวนคนที่ผ่านการอบรมยังมีจำนวนน้อยมาก โดยขณะนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็มีโครงการพัฒนาในส่วนนี้ อยู่ด้วย คิดว่าภายใน 5 ปีน่าจะมีบุคลากรที่มีความรู้ด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมากขึ้น

อนึ่งในระหว่างวันที่ 19-22 มิถุนายนนี้ ณ ไบเทค บางนา จะมีงาน Assembly Technology 2008 งานแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ด้านระบบอัตโนมัติที่ครบ วงจร มีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 120 บริษัท จาก 12 ประเทศทั่วโลก

หน้า 8

 

ที่มา : matichon.co.th




ลงวันที่ 07/04/2008 09:17:53
จำนวนผู้ชม 1645 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์