เจาะลึก TMA-MDP หลักสูตรคนทำงานที่เน้นนำไปใช้ได้จริง

เจาะลึก TMA-MDP หลักสูตรคนทำงานที่เน้นนำไปใช้ได้จริง | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM

โดย วันทนีย์ คงทัด




ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นตลอดเวลานั้น ความรู้เพียงทฤษฎีอาจไม่เพียงพอในการจัดการองค์กร จำเป็นต้องมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและการจัดการความรู้ (knowledge management) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน วันนี้ทุกองค์กรจึงจำเป็นต้องมีนักบริหารมืออาชีพที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

ด้วยเหตุผลนี้ TMA-MDP โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้รู้ซึ่งมีประสบการณ์จริง และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เรียนโดยใช้กระบวนการสอนที่ให้ผู้เข้าอบรมได้มีโอกาสสัมผัสและลงมือปฏิบัติได้จริง จึงได้รับความนิยมจากองค์กรธุรกิจเข้าอบรมคึกคักทุกรุ่น

ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (Thailand Management Association-TMA) ได้เปิดเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อเรื่อง "MDP กับชีวิตการทำงาน" เพื่อให้ศิษย์เก่าที่เคยเรียนในหลักสูตร MDP ได้มาเล่าถึงประสบการณ์ในการทำงานภายในองค์กรธุรกิจของแต่ละคนร่วมกัน และนำองค์ความรู้ที่ได้มาปรับปรุงหลักสูตรที่จะเปิดในรุ่นต่อ ๆ ไป

"อุดมศักดิ์ อภิศักดิ์ศิริกุล" รองกรรมการผู้จัดการ บจก.วาย เอช เอ็ม กรุ๊ป ในฐานะ MDP รุ่นที่ 10 เปิดเวทีด้วยการแชร์ประสบการณ์ในธุรกิจให้ฟังว่า

"เนื่องจากครอบครัวทำธุรกิจนำเข้าเครื่องมือก่อสร้าง มีการจัดส่งทั่วประเทศไทย ดังนั้นสิ่งที่ได้รับจากการได้เข้ามาเรียนในหลักสูตรของ MDP คือ ประสบการณ์และความรู้จากอาจารย์ จากเพื่อนร่วมคอร์สเรียนที่นำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกัน โดยเฉพาะในด้านของการบริหารคนซึ่งเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้กับธุรกิจครอบครัวของตนเอง แม้ว่าในบางครั้งจะไม่สามารถนำความรู้จากในคอร์สเรียนนำไปใช้ได้ทั้งหมด"

ด้าน "พิพัฒน์ วีระถาวร" ผู้อำนวยการด้านวิจัยและพัฒนา บริษัท มิตรผลวิจัยพัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด MDP รุ่นที่ 10 บอกว่า ในการทำธุรกิจทุกธุรกิจนั้นต้องมีการนำความรู้ไปปรับใช้แทบทั้งสิ้น

ที่สำคัญคือ คนที่เป็นผู้บริหารต้องมีการนำความรู้มาปรับใช้ ทั้งทางด้านทักษะ ด้านคน หรือแม้กระทั่งกับ SMEs มากพอสมควร ฉะนั้นโดยส่วนตัวเป็นนักวิจัยทำงานวิจัยมามากพอสมควร ในด้านความรู้ที่ได้จาก MDP ถือว่าเป็นความรู้ในขั้นพื้นฐานที่มีความหลากหลาย ที่มากกว่านั้นได้ทักษะในการทำงาน

ในการประยุกต์ใช้ MDP กับหลักการวิจัยต่าง ๆ ที่กำลังทำอยู่และนักบริหารควรมีการประยุกต์ใช้แบบลูกผสม เพื่อนำไปปรับใช้กับ networking กับการทำงานในรูปแบบการแบ่งงานภายในกลุ่มกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งการเรียนในครั้งนี้ถือว่าได้เรียนรู้วิธีการต่าง ๆ มากขึ้น

ในขณะที่ "อำไพ สินสถาพรพงศ์" หัวหน้าฝ่ายพัฒนานักบริหาร สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะตัวแทนภาครัฐที่เข้าเรียนในหลักสูตรนี้ แสดงความคิดเห็นว่า

ในภาครัฐมีเป้าหมายในการบริหารจัดการด้านฝึกอบรม การจัดการด้านภาคธุรกิจเป็นเสมือนการเก็บเกี่ยวซึมซับเพื่อนำไปใช้จริง ดังนั้นแนวคิดและการทำงานก็ควรมีการดำเนินการไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งคือเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เตรียมความพร้อมให้กับองค์กรและหน่วยงานรวมถึงความพร้อมของคนด้วย ซึ่งจุดประสงค์หนึ่งก็เพื่อผสมผสานความรู้ระหว่างภาครัฐกับเอกชนร่วมกันโดยให้ทั้ง 2 ส่วนนี้ได้มีโอกาสที่จะเข้ามามีบทบาทในการทำงานร่วมกันมากขึ้น

ในการทำงานของภาครัฐมีความจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจแนวคิด วิธีการ ขั้นตอนต่าง ๆ ร่วมกันเพื่อให้เกิดความสอดคล้องไปด้วยกันกับภาคเอกชน อาจจะต้องมีการนำความรู้มาปรับใช้กับคนภายในองค์กรรัฐ เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน กลุ่มเป้าหมายก็ต้องประสบปัญหาเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ตรงจุดนี้ภาครัฐจะเน้นในกลุ่มผู้นำองค์กร คือเป็นผู้นำในองค์กรที่มาจากภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนผู้นำในองค์กรต่างชาติ CEO เข้ามามีส่วนร่วมในจุดนี้ด้วย นั่นคือเน้นด้านการสร้างคน

เมื่อพูดถึงสิ่งที่ได้รับจากการเข้าอบรมในหลักสูตรนี้และการนำไปใช้แล้ว ก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญนั่นคือ แนวทางในการพัฒนาหลักสูตรให้ตอบโจทย์ธุรกิจในยุคปัจจุบัน

ในเรื่องนี้ "พิพัฒน์ วีระถาวร" บอกว่า หากพูดถึงการพัฒนาหลักสูตรของ MDP ที่มีอยู่แล้วก็นับว่าดีอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการที่จะพัฒนาหลักสูตรก็น่าจะเป็นในเรื่องของกลุ่มผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากหลักสูตรที่เขาเหล่านั้นจะเข้ามารับการฝึกอบรม

ซึ่งตรงจุดนี้ควรที่จะมีการบอกถึงประโยชน์ที่กลุ่มเป้าหมายควรจะได้รับ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของ management ควรจะเน้นอะไร และเน้นตรงไหน เพราะเนื่องจากว่ามีวิชาที่ต้องเรียนค่อนข้างเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาบุคคล การเงินและอื่น ๆ ซึ่งมีให้เห็นชัดมาก

ดังนั้น จึงสมควรที่จะมี management by size แต่หากมีการนำมารวมกันก็ได้ผลอีกแบบหนึ่งซึ่งต่างออกไป แต่ถ้าหากว่าจะให้เกิดผลจริง ๆ ควรน่าจะมีการกระจายหลักสูตรออกไปให้ไกลจากกรุงเทพฯและปริมณฑลเพิ่มขึ้นอีก เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งก็ช่วยพัฒนาตลาดพวก SMEs นักธุรกิจที่อยู่ในภูมิภาคได้มากพอสมควร เนื่องจากว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เน้นการทำธุรกิจแบบ SMEs เป็นประเทศแบบ local จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้

ที่สำคัญที่สุดควรเน้นการวิเคราะห์ในเชิงของธุรกิจ เช่น กลุ่มของอสังหาริมทรัพย์ ควรที่จะมีการใช้ networking ภายในกลุ่มเหล่านี้

ขณะที่ในส่วนของ "อุดมศักดิ์ อภิศักดิ์ศิริกุล" ได้มีความคิดเห็นที่ต่างออกไป โดยเสนอว่า

"ควรจะให้ผู้เข้าร่วมคอร์สมีกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันมากขึ้น ควรมีการจัดกิจกรรม เช่น การทัวร์โรงงานมากขึ้นและนำข้อมูลกลับมาแลกเปลี่ยนพูดคุยร่วมกัน อย่างน้อยน่าจะอาทิตย์ละครั้ง

โดยเลือกบริษัทที่มีความซับซ้อนในการบริหารจัดการในการทำงาน มีผู้บริหารที่เก่ง หรืออาจมีการพาไปดูโรงงานต้นแบบต่าง ๆ แล้วนำความรู้มาพูดคุยกัน ตรงนี้หมายความว่า จะทำอย่างไรให้การเรียนสนุกมากกว่าที่จะมานั่งฟังนั่งเรียนเพียงอย่างเดียว มีการเรียนรู้ถึงจุดอ่อน จุดแข็งของตัวเราและองค์กรของเราเพื่อที่เราสามารถเลือกที่จะเข้าไปเรียนรู้ได้ตรงจุดมากขึ้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้โปรแกรม MDP มีความน่าสนใจมากขึ้นในการจะเข้ามาร่วม ดีกว่าแค่ถูกส่งเข้ามาเพียงอย่างเดียว"

เช่นเดียวกันกับ "คุณอำไพ สินสถาพรพงศ์" ที่กล่าวเสริมว่า "ควรมีการสนับสนุนและส่งเสริมในด้านของการทำงานร่วมกันกับของ กทม.

"อยากเห็นการให้ความสำคัญของการ ทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะมีการจัดกิจกรรมภายนอกเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันระหว่างทั้ง 2 องค์กร เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้พัฒนาไปพร้อม ๆ กันอย่างสอดคล้อง"

นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอที่น่าสนใจจาก "พิพัฒน์ วีระถาวร" ที่บอกอย่างมีนัยว่า

"ควรจะจัดทำให้มี success story ขององค์กรธุรกิจต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จมานำเสนอให้ผู้เข้าคอร์สเรียน ตรงจุดนี้หากว่าการออกไปดูงานภายนอกหรือในองค์กรเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยาก ก็ควรที่จะมีการจัดทำตรงนี้ขึ้นมานำเสนอให้ทราบร่วมกัน"

ทั้งหมดคือผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาจาก TMA ที่เหล่าบรรดาศิษย์เก่าตัวแทน MDP รุ่นต่าง ๆ ร่วมกันเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายเลยทีเดียว

หน้า 30


วันที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4181  ประชาชาติธุรกิจ





จำนวนผู้ชม 8659 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์