
มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์:
''มิ่งขวัญ''ปิ๊งไอเดีย สั่งบีโอไอ จัดโซนนิ่งเขตอุตสาหกรรมแรงงานถูกตามแนวชายแดน หวังรับเอสเอ็มอีย้ายฐานจากประเทศพัฒนาแล้ว ที่เจอพิษแรงงงาน
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าได้มอบหมายให้นายสาธิต ชาญเชาว์กุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ศึกษาการจัดทำโซนนิ่งอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้แรงงานค่าแรงต่ำ เพื่อจะสร้างโอกาสให้เกิดการลงทุนใหม่ตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวจะใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีแรงงานถูกกว่าไทย ซึ่งแรงงานเหล่านี้จะให้ใบอนุญาตเป็นรายวัน
ขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอมอี ของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรปและสหรัฐ กำลังประสบปัญหาต้นทุนสูงขึ้นและต้นทุนค่าแรงงานก็สูงขึ้น จึงเป็นโอกาสดีที่จะชักจูงให้นักลงทุนเหล่านี้ย้ายฐานมาลงทุนในไทยในโซนอุตสาหกรรมค่าแรงต่ำ
อีกประเทศ คือ จีนก็จะพิจารณาดึงดูดให้เข้ามา ลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากจีนมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงมากส่งผลให้เงินหยวนแข็งค่า ดังนั้น จีนจึงต้องการระบายเงินไปลงทุนประเทศอื่น อีกทั้งไทยก็เป็นตลาดสู่อาเซียนสามารถจำหน่ายสินค้าให้ประชากรมากกว่า 500 ล้านคนใน 10 ประเทศสมาชิก ซึ่งต้องออกไปทำโรดโชว์ยังต่างประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ย้ำว่าไทยไม่ได้ละทิ้งอุตสาหกรรมระดับสูง การมีแนวคิดโซนนิ่งอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานที่มีค่าแรงต่ำเป็นการเสริมให้นักลงทุนที่ต้องการต้นทุนค่าแรงต่ำได้เข้ามาลงทุนและย้าย ฐานเข้ามาเท่านั้น และเป็นไปตามนโยบายที่ได้หยิบยกไว้เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้งที่จะทำให้ภาคธุรกิจสามารถใช้แรงงานที่มีค่าแรงต่ำจากประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนงานพัฒนาสินค้าโอท็อปนั้น นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะเดินหน้าพัฒนาให้เติบโตเป็นเอส เอ็มอีเต็มรูปแบบ เพื่อเตรียมผลิตสินค้าส่งออกขายตลาดโลก เช่น ช้อนส้อมอรัญญิกที่ขณะนี้ไปขายในห้างแฮรอตส์ ขณะเดียวกันจะต้องมีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และด้านขนส่งอื่น ๆ เพื่อลดต้นทุนขนส่งสินค้าให้กับภาคอุตสาหกรรม ขณะที่อุตสาหกรรมพลังงานที่เชื่อมโยงระหว่างพลังงานแสงสว่าง พลังงานยานยนต์ ก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนการปลูกพืชพลังงาน สิ่งเหล่านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้กำหนดโซนนิ่ง และควรจะมีโครงการพิเศษเชื่อมโยงกับทูตพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาดียิ่งขึ้น
“เร็ว ๆ นี้จะเชิญผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มาหารือ เนื่องจากต้องการทราบภาพรวมของ 35 กลุ่มอุตสาหกรรม ว่า แต่ละอุตสาหกรรมต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลก ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรมยังเห็นว่าเรื่องของแหล่งวัตถุดิบเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นแหล่งวัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศและต่างประเทศ จะสามารถนำมาเชื่อมโยงและนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องได้ ทั้งเหมืองเพชรดิบ เหล็ก ทองแดง สินแร่ พลังงาน“ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ