สังคมคนแก่กดดันแดนซากุระ เร่งเปิดประตูรับแรงงานต่างชาติเพิ่ม

สังคมคนแก่กดดันแดนซากุระ เร่งเปิดประตูรับแรงงานต่างชาติเพิ่ม | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



แรงงานต่างชาติเป็นปัญหาหนักอกสำหรับหลายประเทศที่ต้องการลดจำนวนคนกลุ่มนี้ เพื่อเพิ่มงานให้กับคนท้องถิ่น แต่สำหรับ "ญี่ปุ่น" ประเทศที่กำลังกลายเป็นสังคมคนสูงอายุกลับต้องหันมาทบทวนประเด็นนี้กันใหม่ และหันมาเปิดประตูต้อนรับชาวต่างชาติมาทำงานในบางภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น

เช่นล่าสุดญี่ปุ่นตอบรับพยาบาลชาวอินโดนีเซีย 205 คนเข้าประเทศ ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าแดนซากุระกำลังพยายามต่อสู้กับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน อันเป็นผลมาจากอัตราการเกิดที่น้อยลงทุกวัน

ปรากฏการณ์นี้เป็นแผนซึ่งอยู่ภายใต้ ข้อตกลงเศรษฐกิจทวิภาคีระหว่างญี่ปุ่น กับอินโดนีเซีย และช่วยส่งสัญญาณให้เห็นว่าญี่ปุ่นเริ่มผ่อนคลายขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองลงบ้าง เพราะปัจจุบันยังมีชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการรับชาวต่างชาติเข้าประเทศจำนวนมาก ถือเป็นความเสี่ยงสำหรับญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสังคมแบบโฮโมจีเนียสและค่อนข้างมีปัญหาอาชญากรรมน้อย

พยาบาลชาวอิเหนาเหล่านี้ล้วนเคยเป็นพยาบาลวิชาชีพในอินโดนีเซีย และจะเข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วย ในระหว่างช่วงฝึกหัดเพื่อรับประกาศนียบัตรภาษาญี่ปุ่น โดย ครึ่งหนึ่งของคนกลุ่มนี้จะได้ทำงานเป็นพยาบาล ส่วนที่เหลือจะเป็นผู้ดูแลที่ทำงานในเนิร์สซิ่งโฮมและหน่วยงานอื่นๆ

ทั้งนี้ ฮารุฮิโระ โจโน เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการสังคม อธิบายว่า โครงการนี้ เปิดโอกาสให้พยาบาลอินโดนีเซียอาศัย และทำงานในหน้าที่เหล่านี้ตราบเท่าที่ พวกเขาสามารถผ่านการทดสอบแห่งชาติของญี่ปุ่นได้

อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติกลุ่มนี้มีเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นที่จะเรียนภาษาญี่ปุ่น ก่อนที่จะเริ่มงานประจำ และพวกเขาจำเป็นต้องผ่านการสอบระดับชาติภายใน 3-4 ปี ขณะที่กำลังทำงานเป็นผู้ช่วย หรือไม่เช่นนั้นก็จะต้องถูกส่งกลับบ้านเกิดในที่สุด

อินเตอร์เนชั่นแนล เฮอร์รัล ทริบูน อ้างความเห็นของ ฮิเดโนริ ซากานากะ อดีตหัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่กังวลว่าโครงการพยาบาลอินโดนีเซียจะล้มเหลวในที่สุด เนื่องจากความซับซ้อนของภาษาญี่ปุ่น และเห็นว่ากฎระเบียบต่างๆ เคร่งครัดเกินไป

ซึ่งสวนทางกับความคิดของ ฮิโรฮิโกะ นากามุระ นักกฎหมายจากพรรคประชาธิปไตยเสรี ที่เห็นว่าคนเหล่านี้ จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคด้านภาษา ไปได้ดี เช่นเดียวกับกลุ่มแรงงานต่างชาติอื่นๆ เช่น นักซูโม่ชาวมองโกเลียที่พูด ภาษาญี่ปุ่นได้ดีมาก

การเปิดทางให้พยาบาลต่างชาติกลุ่มนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นให้โอกาสชาวต่างชาติเข้าประเทศมาทำงานในสาขาพยาบาล แม้ว่าที่ผ่านมาอาจมีชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าประเภทอื่น เช่น คู่สมรสของชาวญี่ปุ่น จะทำงานในอาชีพนี้เช่นกัน

ตามแผนความร่วมมือนี้จะทำให้มีชาวอินโดนีเซีย 1,000 คน เข้ามาเป็นพยาบาลในญี่ปุ่นได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียรายอื่นที่กำลังเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเปิดโอกาสเช่นนี้ให้ ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังเจรจาโครงการทำนองเดียวกันกับฟิลิปปินส์และไทย

ทั้งนี้จากการคาดการณ์ที่ว่าชาวญี่ปุ่นกว่า 1 ใน 4 จะมีอายุสูงกว่า 65 ปี ในปี 2558 ทำให้นักการเมืองกลุ่มหนึ่งของพรรครัฐบาลมองว่าการรับแรงงานต่างชาติเป็นทางออกที่เป็นไปได้สำหรับการแก้ปัญหาครั้งนี้ และได้ยื่นข้อเสนอใหม่แก่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดยหวังว่าในอนาคตสัดส่วนของแรงงานต่างชาติจะคิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมด

ซึ่งสวนทางกับสถานการณ์ที่ผ่านมาที่บรรดาเจ้าของที่พักอาศัยจำนวนมากปฏิเสธปล่อยเช่าแก่คนต่างชาติ ขณะที่มีนายจ้างชาวญี่ปุ่นจำนวนน้อยที่จะเสนอสิทธิแก่แรงงานต่างชาติอย่างทัดเทียมกับชาวญี่ปุ่นแท้ๆ นอกจากนี้ในจำนวนประชากร 128 ล้านคน มีชาวต่างชาติน้อยกว่า 2% เสียอีก

เทซึฟุมิ ยามากาว่า หัวหน้า นักเศรษฐกิจของโกลด์แมน แซกส์ โตเกียว เชื่อว่าการรับแรงงานอพยพผสมผสานกับความพยายามดึงผู้หญิงและผู้สูงอายุเข้าสู่ตลาดแรงงานจะช่วยเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจได้ และคิดว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมในการคิดเรื่องดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเคยรับคลื่นแรงงานอพยพมาแล้ว เช่น แรงงานอพยพชาวบราซิลกว่า 300,000 คน ที่มีบรรพบุรุษเป็นคนญี่ปุ่น ได้เข้ามาเสริมสร้างประโยชน์แก่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ของแดนซากุระ อีกทั้งยังสามารถช่วยเศรษฐกิจบราซิลด้วยการส่งเงินกลับบ้านราว 2.2 พันล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2548

ทว่าในหลายๆ แง่มุมชาวบราซิลก็รู้สึกแปลกแยกจากสังคมญี่ปุ่น แม้ว่าพวกเขาจะมีบรรพบุรุษเป็นลูกพระอาทิตย์ก็ตาม โดยพวกเขาบอกว่า ประสบปัญหาการเลือกปฏิบัติ และไม่มีโรงเรียนสำหรับลูกๆ ขณะที่แรงงานจำนวนมากพูดได้เฉพาะภาษาโปรตุเกสเท่านั้น ในทางกลับกันเพื่อนบ้านชาวญี่ปุ่นก็ช็อกกับพฤติกรรมการจัดงานสังสรรค์ดึกๆ ของแรงงานบราซิล และความไม่พยายามทำตามกฎการรีไซเคิลขยะ

นากามุระมองว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะญี่ปุ่นเพียงแต่รับแรงงานอพยพเท่านั้น แต่ไม่ได้พยายามทำอะไรในแง่ของสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือคนกลุ่มนี้

และกรณีแย่ที่สุด พบว่ามีแรงงานอพยพหลายหมื่นคน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ได้รับวีซ่า "พนักงานฝึกหัด" ชั่วคราว เพื่อมาเป็นคนงานในฟาร์มหรือโรงงาน แม้ว่าระบบนี้จะช่วยทำให้ธุรกิจขนาดเล็กบางอย่างเดินหน้าต่อไป แต่พบรายงานเรื่องทารุณกรรมจำนวนมาก ทั้งเรื่องค่าจ้าง ต่ำมาก การละเมิดทางเพศ และการยึดพาสปอร์ตลูกจ้าง

อย่างไรก็ตามชาวญี่ปุ่นจำนวนมากก็เห็นว่าควรอนุญาตรับแรงงานต่างชาติมากขึ้น แต่ก็เห็นว่าควรจำกัดให้เฉพาะแรงงานที่มีความรู้ วิศวกร นักการศึกษา และ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขเท่านั้น และที่สำคัญจะต้องมีทักษะภาษาญี่ปุ่นด้วย

หน้า 14

ที่มา หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ



ลงวันที่ 18/08/2008 11:51:30
จำนวนผู้ชม 1853 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์