เข็น 3 มาตรการรับมือ 7 แสนคนตกงาน สภาฯลูกจ้างเสนอรัฐดึงเงินกองทุนพันล้านช่วย

เข็น 3 มาตรการรับมือ 7 แสนคนตกงาน สภาฯลูกจ้างเสนอรัฐดึงเงินกองทุนพันล้านช่วย | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



กระทรวงแรงงานฯเข็น 3 มาตรการรองรับคนตกงานคาดทะลุ 700,000 คนหลัง "แฮมเบอร์เกอร์"พ่นพิษ ชี้เศรษฐกิจพอเพียง - ส่งเสริมอาชีพอิสระ-ส่งเสริมการค้าภายในประเทศ เป็นทางเลือกที่ยังเหมาะสม ขณะที่กลุ่มองค์กรตัวแทนผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศเตรียมเสนอตั้งกองทุนช่วยเหลือ เกลี่ยอัตรางานว่างรองรับ
       
       การปรับลดอัตราพนักงานในองค์กรใหญ่ๆของประเทศสหรัฐอเมริการเป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยที่ทุกๆประเทศในโลกต่างก็ต้องพยายามหาหนทางป้องกันและวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการจ้างงานในประเทศของตนเอง ซึ่งในเรื่องนี้ประเทศไทยเองก็ต้องเจอกับ "โดมิโน"วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เช่นเดียวกัน
       
       ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม จะต้องเป็นผู้แสดงหลักที่ต้องดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อช่วยเหลือแรงงานซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาประเทศให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
       
       คาดคนตกงานไม่ต่ำกว่า 7 แสน
       
       จุฑาธวัช อินทรสุขศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานฯเปิดเผยกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์"ว่าจากการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญวิกฤตการทางเศรษฐกิจในขณะนี้คิดว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจของประเทศไทยมากพอสมควร
       
       อย่างไรก็ตามมีการคาดการโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ประเมินอย่างคราวๆ ว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2552 จะมีแรงงานไทยตกงานประมาณ 6-7 แสนคน เบื้องต้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะส่งผลทำให้แรงงานตกงานเพิ่มขึ้นนั้น ประกอบด้วยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องประดับ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น สาเหตุหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวต้องมีการปิดกิจการ เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นนายทุนรายใหญ่ที่จะลงทุนในประเทศไทย หลังจากที่เกิดวิกฤติสถาบันการเงินของประเทศดังกล่าวจึงกระทบถึงธุรกิจในไทยด้วย
       
       "นี่เป็นเพียงการคาดการณ์แต่เรายังหวังว่าวิกฤตครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อไทยน้อยที่สุด แต่เพื่อความไม่ประมาท กระทรวงแรงงานจำเป็นต้องหามาตรการต่างๆมารองรับเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานเดือดร้อนน้อยที่สุด"
       
       เข็น 3 มาตรการรับวิกฤต
       
       สำหรับมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตกระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯเพื่อร่วมหารือวางแนวทางในการวางแผนเตรียมรับกับวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้น
       
       สำหรับมาตรการที่ทางกระทรวงวางไว้มีดังนี้คือ ส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบที่ต้องการกลับบ้านเกิดได้เรียนรู้การดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐพอเพียงโดยส่งเสริมสนับสนุนให้ทำการเกษตรที่สามารถผลิตเป็นสินค้าที่จะขายได้ในประเทศ เช่นการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ส่วนผู้ที่ใช้แรงงานที่ไม่มีที่ทำกินเราก็มีโครงการให้ยืมที่ทำกินโดยการสนับสนุนที่ดินจากทางราชการ หรือเอกชนให้ยืมที่ทำกินฟรี
       
       ขณะเดียวกันจะส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานที่สนใจจะทำการค้าขายได้เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการ และส่งเสริมให้มีการลงทุนทำการค้าเพื่อเลี้ยงชีพในส่วนนี้รัฐบาลอาจจะตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือในขั้นต้นไปก่อน
       
       มาตรการที่สามจะส่งเสริมอาชีพอิสระซึ่งมีหลากหลายอาชีพโครงการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระเพื่อช่วยเหลือผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้างที่ต้องการจะประกอบอาชีพอิสระ สามารถประกอบอาชีพได้ตามความเหมาะสม
       
       "ทั้ง3ส่วนเป็นเพียงแนวทางคร่าวๆที่วางไว้ซึ่งกระทรวงแรงงานจะได้ประชุมหารือเพื่อหาข้อสรุปจัดทำเป็นแผนที่สามารถนำออกมาปฏิบัติได้ภายในกลางเดือนหน้านี้"ที่ปรึกษา รวม.แรงงานระบุตัวแทนลูกจ้างทุกองค์กรถกหามาตรการร่วม
       
       ขณะที่กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการออกมาตรการมาช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้แรงงานนั้นสภาองค์การลูกจ้างทั่วประเทศต่างตระหนักถึงภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามาเช่นเดียวกันเพราะหากปล่อยให้ภาครัฐดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวอาจจะไม่ทันการและอาจไม่สามารถช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้ไม่ครอบคลุม
       
       พนัส ไทยล้วน สภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทยบอกว่า เราเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อ ปี 2540 มาแล้ว ซึ่งเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดมากดังนั้นในครั้งนี้จึงไม่อยากให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานต้องเผชิญปัญหานี้หรือถ้าหากจะเผชิญก็น่าจะมีมาตรการการให้ความช่วยเหลือพวกเขาอย่างดีที่สุด
       
       กลุ่มองค์กรตัวแทนผู้ใช้แรงงาน 7 แห่งได้ร่วมประชุมหารือกันเพื่อหามาตรการรองรับหากเกิดวิกฤตซ้ำอีกเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมาแต่ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนว่าจะมีการเสนอต่อรัฐบาลอย่างไร แต่เรามีแนวทางคร่าวๆดังนี้คือเสนอให้รัฐบาลนำเงินสมทบกองทุนเดิมที่มีอยู่ 400 ล้านบาทเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างซึ่งจะให้เป็นเงินชดเชยในระหว่างกำลังหางานเป็นระยะเวลา 3 เดือน
       
       มาตรการที่สองกลุ่มองค์กรตัวแทนเห็นว่ากระทรวงแรงงานน่าจะเตรียมอัตรางานว่างทั่วประเทศมารวมไว้ในส่วนกลางเพื่อเกลี่ยกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ถูกปลดออกซึ่งขณะนี้มีอัตราที่เพิ่มขึ้นเพราะโรงงานอุตสาหกรรมหลายๆแห่งเริ่มทะยอยปิดตัวลงไป ขณะเดียวกันก็ควรจะหามาตรการส่งเสริม สนับสนุนให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีอายุเฉลี่ย 40 ปีขึ้นไปซึ่งมีอยู่ถึง 40 % ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานทั้งหมดได้มีอาชีพสำรองเพราะคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นเสาหลักของคนอีกจำนวนมากซึ่งหากเขาตกงานผู้คนจำนวนไม่น้อยก็ต้องเดือดร้อนไปด้วย
       
       "ต้องยอมรับว่ากลุ่มผู้ใช้แรงงานเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่มาจากชนบทหากเกิดการเลิกจ้างจริงๆกว่า 90% จะคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนก่อนหากปล่อยให้เขากลับไปบ้านเกิดโดยไม่มีมาตรการช่วยเหลือหรือสนับสนุนชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร จะกลับไปทำไร่ทำนาเหมือนเดิมก็ไม่ได้แล้ว"
       
       พนัส บอกอีกว่ารัฐบาลควรจะรีบดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนที่ภัยจะมาถึงตัวเนื่องเพราะประเทศไทยเคยมีบทเรียนมาแล้วการเตรียมการเพื่อแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้รับผิดจะต้องรีบดำเนินการ

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์




ลงวันที่ 04/11/2008 15:44:29
จำนวนผู้ชม 2264 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์