ว่างงาน-ตกงาน 2 ล้านคน วิกฤติที่ต้องเผชิญในปี 52

ว่างงาน-ตกงาน 2 ล้านคน วิกฤติที่ต้องเผชิญในปี 52 | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ตกงาน ปี 52 , ว่างงาน ปี 52 , ข้อมูลเกี่ยวกับ ตกงาน ปี 52 , ว่างงาน ปี 52


ว่างงาน-ตกงาน 2 ล้านคน วิกฤติที่ต้องเผชิญในปี 52
ผลจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกติดเชื้อวิกฤติการเงินสหรัฐอเมริกาอย่างรุนแรงในช่วงปลายปี 2551 ที่ผ่านมา ทำเอาเศรษฐกิจประเทศต่างๆ ติดเชื้อตามไปด้วยรวมถึงประเทศไทย ที่เห็นชัดๆ ภาคการส่งออกยอดกำลังซื้อสินค้าไทยปรับตัวลดลง จนเกิดความกังวลว่าจะกระทบต่อการจ้างงานตามมาเพราะเมื่อออร์เดอร์ลด เป็นเรื่องปกติที่ภาคการผลิตต้องลดกำลังคน

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนออกมาเปิดผลประเมินการเลิกจ้างงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแรงงาน 9 ล้านคน พบว่าครึ่งหนึ่ง หรือจำนวน 4.5 ล้านคนไม่เลิกจ้างแน่นอน ส่วนอีก 4.5 ล้านคนที่เหลือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายถูกเลิกจ้าง และในจำนวนนี้ 12.4% หรือ 1.1 ล้านคนผู้ประกอบการยืนยันแน่นอนแล้วว่าจำเป็นต้องเลิกจ้างแน่นอน ส่วนที่เหลือกว่า 30% ยังไม่มีความแน่นอน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของยอดขาย

ถือเป็นตัวเลขการคาดการณ์การว่างงานชุดแรกที่เปิดตัวท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างสูงจากสังคม ในแง่ที่ทำให้เกิดความตื่นตัว ทุกภาคส่วนไม่ว่าภาครัฐ เอกชน

ตลอดจนผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจต่างหันมาให้ความสนใจในปัญหาการจ้างงานมากขึ้น

ไม่เพียงแต่ภาคโรงงานอุตสาหกรรมจะประสบปัญหาการเลิกจ้างเท่านั้น ยังมีภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวช่วงปลายปีหายไปประมาณ 3-5 ล้านคน ส่วนนี้กระทบถึงแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวเผชิญภาวะตกงานกันเป็นจำนวนมาก

บวกกับการเมืองที่ยังต่อสู้กันอย่างเข้มข้น ยิ่งทำให้ภาวะเศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะล่อแหลมยิ่งขึ้น จนมีแนวโน้มว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2552 จะเติบโตแบบถดถอย ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะขยายตัวประมาณ 3% ลดลงจากปี 2551 ซึ่งคาดการณ์จะขยายตัวที่ 4.3%- 5% ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายไปอีก

บรรดาผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ ต่างคอนเฟิร์มปี 2552 ว่าปัญหาแรงงานปะทุแน่หากไม่มีการวางแผนรับมือที่ดี เช่น ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2552 โต 3% ทำให้มีคนตกงานประมาณ 7 - 9 แสนคน ด้าน ดร.อัมมาร สยามวาลา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คาดว่าในปี 2552 นี้จะมีผู้ว่างงานสูงถึง 2 ล้านคน

ทำให้การว่างงานกลายเป็นเรื่องร้อนที่ภาคเอกชนและผู้รู้ด้านเศรษฐกิจต่างออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลใส่ใจต่อปัญหานี้อย่างใกล้ชิด และเร่งหาทางรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น

+++ดันเป็นวาระแห่งชาติ

เป็นที่คาดการณ์ว่าหากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ในปี 2552 โตต่ำกว่า 3% จะมีแรงงานที่ตกงานในปีหน้าเป็นหลักหลายล้านคน ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ยอมรับว่าหากระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 4% ต่อปีจะส่งผลให้เกิดการว่างงานในประเทศแน่ ซึ่งก่อนนั้นเวิลด์แบงก์ได้คาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจของไทยอยู่ที่ประมาณ 2%

จะว่าไปแล้วสัญญาณเตือนปัญหาว่างงานเริ่มปรากฏขึ้นในปี 2551 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตัวเลขการขอเปิดโรงงานใหม่ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เริ่มลดลงตั้งแต่เดือน ต.ค. และในเดือน พ.ย.ยอดขอเปิดโรงงานอยู่ที่ 273 แห่ง ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบ 20% และต่ำสุดในรอบ 3 ปี

รวมทั้งทุนจดทะเบียนของโรงงานต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 57%

ด้วยเหตุนี้ปัญหาแรงงานจึงถูกวางเป็นปัญหาเร่งด่วนของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ที่จัดสรรงบประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการฝึกวิชาชีพแรงงานทั้งแรงงานเก่าและแรงงานใหม่จำนวน 5 แสนคน

ขณะที่ข้อมูลล่าสุดก่อนสิ้นปี 2551 สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานผลสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชาชนเดือนพฤศจิกายน 2551 มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.4% หรือประมาณ 5.2 แสนคน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมประมาณ 7 หมื่นคน

นอกจากนี้นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ยังได้ชี้แจงถึงตัวเลขความยากจนได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.9% จากปี 2550 ที่ 8.5% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2543 จากปัญหาแรงงานที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2551 และคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปี 2552

+++เงินประกันฯอุ้มแรงงาน

จนถึงขณะนี้ภาครัฐเร่งจัดเตรียมมาตรการที่จะนำมาใช้ในการช่วยเหลือแรงงาน อาทิ ดึงเงินจากกองทุนประกันสังคม ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) มาอุดหนุน โดยล่าสุด คณะกรรมการประกันสังคมได้มีมติเห็นชอบนำเงินกองทุนประกันสังคม จำนวน 1 หมื่นล้านบาท ฝากไว้กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีการเจรจากับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) โดยธนาคารจะจ่ายอัตราดอกเบี้ยเงินฝากให้ สปส.ที่ 1 % เพื่อให้ธนาคารปล่อยกู้ให้แก่นายจ้างและลูกจ้างกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่สามารถรักษาสถานภาพการจ้างงานของผู้ประกอบการได้ และลดปัญหาปลดคนงาน

ทั้งนี้ ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้กู้ต้องมีหลักฐานจากสปส.รับรองว่าเป็นผู้ประกันตน ส่วนนายจ้างที่ขอกู้ยืมเงินก็จะต้องไม่มีการเลิกจ้างคนงาน ซึ่งรายละเอียดของแผนงานต่างๆนั้น นายปั้น วรรณพินิจ เลขาฯ สปส. คาดว่าจะชัดเจนในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2552 เช่นเดียวกันหากจำนวนเงิน 1 หมื่นล้านบาทมีไม่เพียงพอก็จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเพิ่มวงเงิน

+++ธ.ก.ส.ช่วยบัณฑิตตกงาน

เช่นเดียวกับ มาตรการช่วยเหลือโดยธนาคารของรัฐ ยกตัวอย่าง ธ.ก.ส.เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีมาตรการช่วยเหลือบัณฑิตที่จบการศึกษาในปี 2552 ซึ่งอาจตกงาน โดยจับมือกับคณะกรรมการอุดมศึกษา (กกอ.)ให้ความช่วยเหลือ โดยที่ ธ.ก.ส.จะปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำให้บัณฑิตนำไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือร่วมทำงานเป็นทีม ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะช่วยเหลือบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนได้ประมาณ 5 หมื่นคน

ในส่วนของธนาคารออมสิน แม้ว่าจะไม่มีมาตรการช่วยเหลือภาคแรงงานโดยตรง แต่สำหรับแผนการปล่อยสินเชื่อในปี 2552 นั้น นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน วางเป้าหมายขยายสินเชื่อเพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการช่วยภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ต่อยอดโครงการกองทุนหมู่บ้าน วงเงินประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมที่ 5% การเพิ่มวงเงินการกู้ในโครงการธนาคารประชาชนจากรายละ 5 หมื่นบาท เป็น 1 แสนบาท และการปล่อยสินเชื่อเพื่อต่อยอดในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์(โอท็อป)

แต่ต้องพิจารณาเป็นรายๆไปตามความเหมาะสม โดยจะปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 5 แสนบาท

ปัญหาการว่างงาน การตกงานที่จะปะทุเดือดในปี 2552 นี้ นับเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลจะต้องเร่งมือคลี่คลายวิกฤตินี้ให้ลดลงโดยเร็ว ก่อนที่จะกลายเป็นสตรอมเซิร์จซัดกระหน่ำต่อเศรษฐกิจทั้งระบบให้ล้มละลาย
ที่มา : thannews.th.com



ลงวันที่ 07/01/2009 15:10:47
จำนวนผู้ชม 1820 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์