วิกฤตการเงินฟาดหัวฟาดหาง อัตราว่างงานพุ่งทะยานทั่วโลก

วิกฤตการเงินฟาดหัวฟาดหาง อัตราว่างงานพุ่งทะยานทั่วโลก | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : อัตราว่างงาน, ข้อมูลเกี่ยวกับ อัตราว่างงาน


คนงานชาวจีนกำลังหาตำแหน่งว่าง

       เอเอฟพี - วิกฤตการเงินโลกกำลังก่อให้เกิดกระแสการว่างงานพุ่งพล่านทั่วโลก โดยแรงงานที่ถูกกระทบกระเทือนได้ง่าย อันได้แก่ หนุ่มสาวผู้เริ่มทำงานและผู้สูงวัย รวมถึงแรงงานชั่วคราวและแรงงานต่างด้าว จะถูกกระทบรุนแรงที่สุด จากการทรุดตัวของเศรษฐกิจประเทศต่างๆ ที่เชื่อมโยงถึงกันหมดภายใต้ระบบโลกาภิวัตน์
       
        วิกฤตสินเชื่อที่เริ่มต้นขึ้นที่สหรัฐฯ และแผลงฤทธิ์รุนแรงที่สุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจซวนเซเสื่อมทรุดของพวกประเทศรวยที่สุด ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ เยอรมนี ญี่ปุ่น และอังกฤษ ล้วนเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว
       
        กิจกรรมเศรษฐกิจโดยรวมที่ซบเซาลง กำลังส่งผลกระทบรุนแรงแผ่ขยายไปทั่วโลก สร้างความยากลำบากแก่ประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนโดยภาคส่งออก หรือต้องพึ่งพาแรงงานที่ออกไปทำงานต่างแดน
       
        เรย์มอนด์ ตอร์เรส ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการศึกษาแรงงานระหว่างประเทศในสังกัดองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ชี้ว่าในระบบเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ ปัญหาที่รุมเร้าธนาคารในชาติมั่งคั่งเริ่มแผ่ขยายไปถึงแรงงานที่อยู่ในสภาพเปราะบางอ่อนแอแล้ว แม้กระทั่งในประเทศซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้มีการทำความผิดพลาดทางการเงิน
       
        "นอกจากประเทศที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตการเงินโดยตรง และประเทศที่เศรษฐกิจทรุดต่ำลงแล้ว ปรากฏการณ์นี้เริ่มลุกลามไปถึงประเทศที่พึ่งพิงประเทศอื่นผ่านการส่งออก เช่น จีน และผ่านการส่งออกแรงงาน เช่น เม็กซิโก"
       
        พวกผู้เชี่ยวชาญสำทับว่า สิ่งที่เรากำลังพบเห็นอยู่ในระดับทั่วโลกเวลานี้ก็คือ เกิดการว่างงานกันมากในประเทศซึ่งมีการโยกย้ายกำลังแรงงานกันได้อย่างคล่องตัว, ความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมกำลังรุนแรงยิ่งขึ้น โดยพวกที่ตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบ ก็คือพวกลูกจ้างที่เพิ่มเข้าทำงานใหม่ๆ หรือแรงงานสูงวัย แรงงานย้ายถิ่น ตลอดจนพวกคนงานชั่วคราว
       
        ที่จีน มีแรงงานย้ายถิ่นถึง 6 ล้านคนตกงานจากวิกฤตการเงินโลก โดยข้อมูลของทางการจีนระบุว่า แรงงานเหล่านี้จำนวนมากจากบ้านไปหางานทำตามเมืองใหญ่ๆ ทางตะวันออก แต่เวลานี้าโรงงานมากมายในเมืองเหล่านี้กำลังปิดกิจการ
       
        ในปี 2007 องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ซึ่งเป็นกลุ่มศึกษาวิจัยของพวกชาติมั่งคั่ง 30 ชาติ ระบุ พวกชาติสมาชิกของตนโดยรวมมีอัตราว่างงานเฉลี่ยอยู่ที่ 5.6% ซึ่งต่ำสุดในรอบเกือบ 30 ปี แต่หลังจากนั้นเพียงปีเดียว ตลาดแรงงานกลับทรุดฮวบฮาบ
       
        ปัจจุบัน โออีซีดีและไอแอลโอประเมินว่า อัตราการว่างงานทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นอีก 25 ล้านคนเมื่อถึงปีหน้า โดยที่ ณ สิ้นปีนี้ น่าจะมีจำนวนถึง 210 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
       
        นับจากวิกฤตสินเชื่อบ้านปะทุขึ้นในสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2007 ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ตกเป็นเหยื่อของเศรษฐกิจขาลง นายจ้างทั่วโลก ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่วงการรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า ไปจนถึงบริษัทเทคโนโลยีหัวแถวอย่างไมโครซอฟท์ และกลุ่มกิจการแบงก์ระดับหัวกะทิของสวิสอย่างยูบีเอส ต่างพร้อมใจปลดคนกันรายละเป็นพันทั่วโลก
       
        อังกฤษที่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ (23) ว่าเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าอัตราว่างงานกำลังจะดีดทำสถิติสูงสุดในรอบสิบปี โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือแรงงานหนุ่มสาวที่เพิ่งเข้าทำงาน
       
        ขณะเดียวกัน ที่สเปน อัตราว่างงานได้พุ่งขึ้นเป็น 13.91% ในไตรมาสส่งท้ายปีที่แล้ว หลังจากที่ลดลงมาหลายปีเพราะเศรษฐกิจดีวันดีคืนจากแรงหนุนของภาคก่อสร้าง
       
        สำหรับสหรัฐฯ มีการปลดพนักงาน 2.6 ล้านตำแหน่งในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเลวร้ายที่สุดนับจากปี 1945 โดยภาคอุตสาหกรรมการผลิต ยานยนต์ และบริการ ตกเป็นเหยื่อสำคัญของสถานการณ์คราวนี้
       
        สเตฟาโน สการ์เปตตา ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงด้านการว่างงานของโออีซีดี เตือนว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจทรุดต่ำรุนแรง พนักงานกลุ่มแรกที่จะถูกหางเลขคือพนักงานชั่วคราว ตลอดจนถึงพนักงานหนุ่มสาวและวัยชรา แรงงานต่างด้าวที่มีทักษะต่ำ ซึ่งทั้งหมดนี้ ในบางประเทศก็ต้องเผชิญสบปัญหาอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนวิกฤตการณ์เสียอีก
       
        ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้บริษัทญี่ปุ่นประกาศปลดพนักงานนับพันคน ทั้งพนักงานชั่วคราวและพนักงานที่ทำงานแบบคู่สัญญา โดยแรงงานเหล่านี้จำนวนมากเป็นชาวบราซิลเชื้อสายญี่ปุ่น
       
        ผลสำรวจของรัฐบาลแดนปลาดิบเมื่อเดือนที่แล้วระบุว่า ภายในเดือนมีนาคมจะมีพนักงานชั่วคราวกว่า 85,000 คนตกงานหรือรับรู้ว่าจะถูกปลดออก
       
        "ในประเทศที่การจ้างงานจำนวนมากเป็นแบบทำสัญญาจ้างที่ไม่มีความมั่นคง อัตราว่างงานจะบานปลายเร็วขึ้น และสถานการณ์นี้จะแทรกซึมไปทั่วโลก พวกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือพนักงานหนุ่มสาวและพนักงานที่มีทักษะต่ำ ซึ่งจะหางานที่เหมาะสมทำได้ยากที่สุดหลังวิกฤตการณ์" ตอร์เรสทิ้งท้าย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์




ลงวันที่ 27/01/2009 14:12:21
จำนวนผู้ชม 1851 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์