ตัวเลขศก.ฟ้องกึ๋น ‘โอบามาร์ก’ส่งออกปักหัวต่อ-แรงงานถูกลอยแพต่อเนื่อง!

ตัวเลขศก.ฟ้องกึ๋น ‘โอบามาร์ก’ส่งออกปักหัวต่อ-แรงงานถูกลอยแพต่อเนื่อง! | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : แรงงานถูกลอยแพ, ข้อมูลเกี่ยวกับ แรงงานถูกลอยแพ



ส่องเศรษฐกิจ.เดือนแรก ฝีมือรัฐบาล.มาร์ค-ไม่เห็นเค้าลางฟื้นตัว ภาคส่งออกยังปักหัวต่อเนื่อง “ยานยนต์-อิเล็กฯ-ปิโตรฯ” ยังไม่ฟื้น ขณะที่ภาคผลิตลดกำลังเหลือแค่ 60% ทั้งประเทศ-ซับคอนแทรกต์จ่อตกงานร่วมแสนคน ด้านภาคลงทุนไม่ดึงดูดเงินนอกรอนายกฯไปโรดโชว์ญี่ปุ่น ขณะที่ก.แรงงานคาดกว่า 2.7 แสนคนถูกลอยแพ
       
       ผ่านไปแล้ว 1 เดือนกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์”ที่ออกเคมเปญ แจกอย่างทั่วถึง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศกระเตื้องขึ้นโดยโจทย์ใหญ่อย่าง ภาคการผลิต และภาคแรงงานที่ภาครัฐต้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้ภาคแรงงาน-คนงานยังตกงานไม่หยุดเพราะผู้ประกอบการยังแห่ปิดกิจการอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคการผลิตของประเทศก็ได้ปรับลดกำลังการผลิตเหลือแค่ 60% เท่านั้น
       
       ‘ยานยนต์-อิเล็กฯ-ปิโตร’ อ่วมหนัก.!
       
       “รัชดา สิงคาลวณิช” อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์”ถึงสถานการณ์การเปิด-ปิดโรงงานว่า ในเดือนม.ค.2552 พบว่า ผู้ประกอบการเปิดโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น 265 รายด้วยทุนจดทะเบียน 6,590.20 ล้านบาทจ้างงานเพิ่ม 7,013ราย และปิดกิจการไป 112 ราย ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 2,304.89 ล้านบาทจำนวนคนงานที่ถูกเลิกจ้าง 6,750 ราย และขยายโรงงานเพิ่มเติม 21 โรงด้วยเงินทุน 2,213.85 ล้านบาทและสามารถจ้างงานเพิ่มขึ้น 5 ,343 ราย
       
       โดยกิจการที่ที่เลิกกิจการส่วนมากจะมาจากโดยเฉพาะอุตฯหลักอย่าง ยานยนต์และชิ้นส่วน ,อิเล็กทรอนิกส์ ,สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ และ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์, รองเท้า ที่ยังประสบปัญหาจากสภาวะทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก
       
       ส่งออกกระอัก-ออเดอร์ปักหัว !
       
       ด้านความเคลื่อนไหวของภาคเอกชน “สินติ วิลาสศักดานนท์” ประธานสภาอุตสาหกรรมห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการที่กระทบมากที่สุดในขณะนี้คือภาคการส่งออกที่ออเดอร์ลดลง 20-30% ทำให้ต้องลดคนงานออกเพื่อลดต้นทุนในการใช้จ่าย โดยเฉพาะธุรกิจซับคอนแทรกต์อุตสาหกกรรม อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจก่อสร้าง ที่ตอนนี้ประเมินออกมาว่าจะมีคนตกงานกว่า 100,000 คนซึ่งจะเป็นภาระของสังคมต่อไป
       
       “ขณะที่พนักงานบริษัท พนักงานประจำ ภาคเอกชนกำลังยื่นขอให้ภาครัฐสนับสนุนช่วยเหลือด้านงบประมาณคือช่วยออกเงินเดือน 50% เพื่อไม่ได้เขาตกงานและอยู่ระหว่างการเจรจา”
       
       ส่วนสถานการณ์ภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงนี้คือ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ปิโตรเคมี และ เม็ดพลาสติกกลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะส่งออกเป็นหลักทำให้การส่งออกของไทยยอดลดลงส่วนหนึ่ง ขณะที่แรงงานในกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ก็มีจำนวนมากซึ่งจะต้องตกงานด้วย
       
       ขณะที่ความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมในภูมิภาคต่างๆของประเทศดูเหมือนว่าภาคเหนือจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมที่ภาคเหนือมีแรงงานกว่า 10,000 คนตกงานแล้วและเตรียมตกงานอีกจำนวนมาก ขณะที่ภาคกลางในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยาก็ยังปิดโรงงานอย่างต่อเนื่องในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ ยานยนต์และชิ้นส่วน เป็นต้น
       
       ภาคการผลิตทั้งประเทศเหลือแค่ 60%
       
       อย่างไรก็ดีสภาพเศรษฐกิจและปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้กำลังภาคการผลิตทั้งประเทศอยู่ที่ 70 % เมื่อเดือน ธ.ค.2551ที่ผ่านมา ทว่าปัจจุบันภาคการผลิตของทั้งประเทศลดลงเหลือแค่ 60% เท่านั้น
       
       ด้านความเคลื่อนไหวของนักลงทุนจากต่างชาติมีเพียงแนวโน้มเท่านั้นที่เป็นบวกยังไม่มีนักลงทุนกลุ่มใดสนใจจะเข้ามาลงทุนจริงๆเพราะรอดูเสถียรภาพทางการเมืองออกไปก่อน เบื้องต้นนักลงทุนญี่ปุ่นมีแนวโน้มกลับเข้าไทยเร็วที่สุดกว่านักลงทุนจากประเทศอื่นๆ เห็นได้จากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปโรดโชว์การลงทุนระหว่าวันที่ 5-7 ก.พ.นี้
       
       นิคมฯไม่ดึงดูดเงินนอก
       
       ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยว่า ไทยไม่เพียงแต่เผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยเท่านั้น ยังต้องเผชิญกับความเชื่อมั่นที่ตกต่ำอย่างหนักของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอันเนื่องมาจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อและรุนแรง โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างชาติที่ลดน้อยลงสะท้อนได้จากการที่นักลงทุนชาวต่างชาติได้เลื่อนการเจรจาซื้อที่ดิน ทั้งที่ก่อนหน้าได้มีการเจรจาถึงการลงทุนไว้แล้ว
       
       ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซามากยิ่งขึ้นส่งผลให้การลงทุนใหม่ๆ ไม่เกิดขึ้นและอุตสาหกรรมการผลิตที่เน้นการส่งออกเป็นหลักที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเริ่มมียอดคำสั่งซื้อลดลงตามความต้องการซื้อในตลาดโลกที่ลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อุตสาหกรรมเหล่านี้จึงได้เริ่มลดกำลังการผลิตลง บางอุตสาหกรรมถึงขั้นต้องหยุดผลิตหรือปิดกิจการลง จากปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกดังกล่าวที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน
       
       เช่านิคมฯตกฮวบ 13-20%
       
       ดังนั้นด้วยปัจจัยเสี่ยงในปี 2552 จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซามากยิ่งขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ของกลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โดยผ่านปริมาณยอดขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม ค่าเช่าโรงงานและค่าบริการสาธารณูปโภคที่ลดลง ตามการลงทุนใหม่ๆ ที่คงยังไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังซบเซา อีกทั้งการขยายการลงทุนของนักลงทุนรายเก่าที่อาจชะลอตัวลงเนื่องมาจากการลดกำลังการผลิต
       
       อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยสนับสนุนอยู่บ้าง คือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น การให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งรัฐบาลกำลังให้ความสนใจในโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้หรือเซาเทิร์นซีบอร์ด และการเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เป็นต้น
       
       “ปริมาณการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมของปี 2552 จะมีประมาณ 3,400-3,700 ไร่ลดลง13-20% จากปี 2551 ที่คาดว่าปริมาณการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมจะมีทั้งสิ้น 4,300 ไร่” ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ
       
       เผย 2.7 แสนคนจ่อตกงาน
       
       ขณะที่ตัวเลข ‘อัมพร นิติสิริ’ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานสถานการณ์การว่างงานจนถึงปัจจุบัน (26 ม.ค.) ว่าปัจจุบันมีสถานประกอบการที่เลิกกิจการไปแล้ว 748 แห่งแรงงานถูกเลิกจ้างไปแล้ว 58,412 คนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกว่า 277,179 คน โดยจังหวัดที่มีการเลิกจ้างมากที่สุดคือ ปทุมธานี สมุทรปราการ กรุงเพทฯ พระนครศรีอยุธยา และตาก
       
       ขณะที่กิจการที่เลิกจ้างมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ 1.สิ่งทอ 2. การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ 3. เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ 4. อิเล็กทรอนิกส์ และ 5. การผลิตภัณฑ์อโลหะและโลหะ
       
       ต้องติดตามต่อไปว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาทั้งเรื่องการส่งออก-ภาคผลิต และแรงงานอย่างไร โดยเฉพาะนับจากนี้ไปเพียง 2 เดือนจะสิ้นสุดไตรมาสที่1และก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่2 ที่น่าจะเห็นผลจากเม็ดเงินที่รัฐบาลได้ทุ่มลงไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศหรือจะเป็นเพียงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเท่านั้น?

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์




ลงวันที่ 06/02/2009 15:16:49
จำนวนผู้ชม 1513 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์