วุฒิฯ ผ่านงบกลางปี-รบ.ทุ่ม 2 หมื่นล. รองรับ แรงงาน คืนสู่ชุมชน

วุฒิฯ ผ่านงบกลางปี-รบ.ทุ่ม 2 หมื่นล. รองรับ แรงงาน คืนสู่ชุมชน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : แรงงาน, ข้อมูลเกี่ยวกับ แรงงาน



Type the title here

ประชุมงบวุฒิสภากว่า 10 ชม.ผ่านฉลุย “ส.ว.” รุมซักงบประมาณกลางปี ด้าน “กรณ์” เชื่อสภาพการเงินที่มีอยู่สามารถพยุงเศรษฐกิจได้ ด้าน “กอร์ปศักดิ์” ยันรัฐบาลให้ความสำคัญส่งออก ยาหอมเตรียมงบ 2 หมื่นล้านให้ “กองทุนพอเพียง” เพื่อรองรับแรงงานกลับคืนสู่ชุมชน
       
       วานนี้ (23 ก.พ.) รายงานการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปีแจ้งว่า ได้มี ส.ว.ผลัดเปลี่ยนกันอภิปรายนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกรงว่าอาจจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ซึ่งการอภิปรายดังกล่าวไม่ได้เป็นการอภิปรายรายมาตรา แต่เป็นการอภิปรายภาพรวมของร่าง พ.ร.บ. ทำให้ยากต่อการควบคุมการอภิปราย เนื่องจากมีความยืดเยื้อ แต่ประธานในที่ประชุมก็ปล่อยให้เป็นไปตามที่ผู้อภิปรายต้องการ
       
       โดยนางกอบกุล พันธุ์เจริญวรกุล ส.ว.สรรหา ได้ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว ถ้าหากวิกฤติเศรษฐกิจลากยาวไปอีก 2-3 ปี แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร มีเม็ดเงินเผื่อไว้หรือไม่ เพราะประชาชนคงไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินอย่างมโหฬาร เพราะมีแต่จะสร้างหนี้เพิ่มให้คนไทย อีกทั้งเกรงว่าการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินนั้นจะเป็นการปล่อยสินเชื่อแบบลอยตัว ซึ่งจะก่อหนี้เสียมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และในไตรมาสต่อไป รัฐบาลได้จัดวางงบประมาณไว้สำหรับแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหรือไม่ เพราะเงินคงคลังที่เหลืออยู่นั้น รัฐบาลคงไม่สามารถแจกเงิน 2 พันบาทได้
       
       จากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้รายงานตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ได้รับการรายงานจากสภาพัฒน์ ว่ามีตัวเลขทางเศรษฐกิจหดตัวลงสูงสุดในรอบ 10 ปี ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการออกมาระงับการหดตัวในระยะสั้น และจำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่มีความชัดเจนในการกอบกู้ และกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว โดยขีดความสามารถในการแข่งขันของเรา เมื่อดูอัตราการปรับลดลงจะเห็นได้ชัดว่า ส่วนที่ได้ผลต่อเศรษฐกิจมากที่สุดคือ การส่งออก แต่กลับมีการปรับลงตัวลดลงจากเดือน ธ.ค.ที่มีสัดส่วนของจีดีพีเพิ่มขึ้นเพียง 0.3 % อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังระมัดระวังในเรื่องความสำคัญต่อวินัยการคลังอย่างมาก
       
       “ผมเชื่อว่าสภาพการเงินที่เป็นอยู่ จะสามารถพยุง และแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง โดยจะไม่สร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินต่อประเทศมากเกินไป เพราะขณะนี้หนี้สาธารณะเราอยู่ที่ 42 % และได้กำหนดไม่ให้หนี้สาธารณะเกิน 50% ถ้าเทียบหนี้สาธารณะเกือบทุกประเทศ ก็ถือว่าประเทศเราเป็นบวก และเรายังมีความมั่นใจในเสถียรภาพการเงิน การคลัง แต่ยังกังวลว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจว่าจะส่งผลต่อระดับการว่าจ้าง ซึ่งนั่นจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวเพิ่มขึ้น” รมว.คลัง กล่าว
       
       ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้นั้น รมว.คลัง กล่าวว่า ถือว่าเรายังสามารถเลี้ยงไว้ไม่ให้เครื่องดับได้ และเราไม่ได้มีความตั้งใจที่จะใช้เงินกู้ และเงินภาษีสวนสภาพความเป็นจริง เพราะเราเชื่อว่า หากถ้าเศรษฐกิจลากยากต่อไปเกินสิ้นปีนี้ เราก็จะสามารถบริหารปริมาณหนี้สาธารณะให้อยู่ในขั้นบริหารจัดการได้อีกหลายปี หรือถ้าสิ้นปีนี้เศรษฐกิจฟื้น ตัวรัฐบาลก็สามารถเลี้ยงเครื่องประเทศต่อไปได้
       
       ด้าน นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับนี้ เป็นเพียงมาตรการหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และจะเป็นสิ่งรองรับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในอนาคตเพื่อการลงทุนในระยะกลาง และระยะยาว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก และจากการคาดการณ์ของรัฐบาลมองว่า วิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต จะเป็นวิกฤติของการว่างงานที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยในพ.ศ.2552 จะมีจำนวน 2.4 แสนคน และใน พ.ศ.2553 จะมีจำนวน 2.6 แสนคน รวมทั้งสิ้นกว่า 5 แสนคน
       
       “ดังนั้น งบประมาณในการฝึกอบรมแรงงานตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ จึงเป็นการรองรับเพื่อให้บุคคลที่ว่างงานมีขีดความสามารถ และมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อนำไปบรรจุในตำแหน่งงานที่ว่างกว่า 1.2 แสนตำแหน่ง โดยรัฐบาลคาดว่าการฝึกอบรมนี้จะสามารถทำให้ผู้ที่ว่างงาน สามารถเข้าสู่ตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ 7 แสนคน เพื่อนำไปสู่การจ้างงานที่ยั่งยืน” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว
       
       รองนายกฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังได้มีการเตรียมงบประมาณไว้ 2 หมื่นล้านบาท ในกองทุน “ชุมชนพอเพียง” เพื่อรองรับแรงงานที่จะกลับไปสู่ชุมชน เช่น บุคคลที่ต้องการทำงานในธุรการของโรงเรียนของภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลได้มีการเตรียมเงินไว้แล้ว 1.2 หมื่นล้านบาท ให้กระทรวงศึกษาธิการ สำหรับการจ้างบุคคลากรมาทำหน้าที่ธุรการแทนข้าราชการครูที่จากเดิมทำหน้าที่ในส่วนดังกล่าวอยู่นั้น แนวทางนี้จะทำให้ข้าราชการครูมีสมาธิในการสอนมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลกับงานธุรการในโรงเรียน
       
       “ขณะเดียวกัน กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการส่งออกนั้น คงไม่ใช่ เพราะเราต้องยอมรับว่าสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ คู่ค้าของประเทศไทยไม่มีกำลังซื้อ หรือหากมีก็เป็นจำนวนที่ลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลได้มีแนวทางเกี่ยวกับการหาเงินแนวทางใหม่ โดยตอนนี้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน มีการนำเม็ดเงินลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำให้คาดว่าจะมีการสั่งสินค้าเข้ามามากขึ้น ซึ่งประเทศไทยจะใช้โอกาสนี้ในการกระตุ้นภาคการส่งออก” รองนายกฯ กล่าว
       
       ส่วนมาตรการให้การช่วยเหลือ 2,000 บาท นั้น นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวยอมรับว่า ยังไม่มีความทั่วถึง เพราะแรงงานนอกระบบยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ แต่บุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในมาตรการนี้ เป็นบุคคลที่อยู่ในระบบประกันสังคม ผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งเป็นบุคคลที่รัฐบาลสามารถระบุตัวตนได้ ดังนั้นรัฐบาลคิดว่าเมื่อมีการผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะทำให้ผู้ประกอบการนำแรงงานเข้ามาสู่ระบบมากขึ้น และรัฐบาลจะสามารถช่วยเหลือได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า หลังสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ลุกขึ้นชี้แจง ตอบข้อสังเกต และข้อซักถาม ซึ่งใช้เวลารวมกว่า 10 ชั่วโมง ในที่สุดที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ด้วยคะแนน 89 ต่อ 17 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง พร้อมเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์




ลงวันที่ 25/02/2009 14:27:10
จำนวนผู้ชม 1323 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์