แนะคืนแรงงานสู่ชุมชน ต้องให้ภาคประชาสังคม ร่วมรับผิดชอบ
แนะคืนแรงงานสู่ชุมชน ต้องให้ภาคประชาสังคม ร่วมรับผิดชอบ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : แรงงานสู่ชุมชน ภาคประชาสังคม , ข้อมูลเกี่ยวกับ แรงงานสู่ชุมชน ภาคประชาสังคม
|
| แนะคืนแรงงานสู่ชุมชน ต้องให้ภาคประชาสังคม ร่วมรับผิดชอบ |
|
ทันทีที่รัฐบาลอนุมัติโครงการ"เพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน" จำนวน 6,979.271 ล้านบาท เพื่อเตรียมฝึกอบรมคนว่างงาน ประมาณ 2.4 แสนคน จาก 4 กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ว่างงาน ผู้ที่กำลังอยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้าง ผู้ถูกเลิกจ้างแรงงานจากภาคอุตสาหกรรม และ ผู้สำเร็จการศึกษา โดยมีมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา กลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคม สถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน เป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรมนั้น
ต่อมาโครงการแก้วิกฤติแรงงานฯ ถูกกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2552 ขอสงวนคำแปรญัตติเพื่อตัดงบประมาณ 6,979.271 ล้านบาท อ้างว่าโครงการนี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ เป็นโครงการที่เกี่ยวกับผู้ว่างงานแต่ไม่ได้ลงที่กระทรวงแรงงาน
จากปัญหาดังกล่าว น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตรมว.การพัฒนาสังคมฯและเลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา สะท้อนปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ผ่าน"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แนวคิดการเพิ่มศักยภาพแรงงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน เป็นแนวคิดที่ดีในแง่การเทรนแรงงานลงท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้มีการใช้จ่ายเงิน
แต่ฟันธงว่ารัฐแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ยึดติดกับแนวคิดแบบราชการที่เคยล้มเหลวมาตลอด
" การเทรนนิ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่มีคำถามว่า หลังเทรนแล้วมีงานทำไหม ถ้าไม่ครบวงจร ไม่มีหลักประกัน เทรนไปก็สูญเปล่า หากไม่สามารถคิดงานใหม่ๆได้ พวกเอ็นจีโอ จะช่วยได้ "
อดีตรมช.การพัฒนาสังคมฯ ขยายความสภาพปัญหาท้องถิ่นที่รอการช่วยเหลือจากราชการและแก้ไขปัญหาสังคมพร้อมกับการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างแท้จริง ว่า ต้องเป็นโครงการที่ช่วยสร้างงานในสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งมีหลายโครงการ ที่รัฐบาลยังนึกไม่ถึง สามารถโยงเข้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ หรือใช้งบ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) โดยจ้างเป็นจ็อบๆได้ อาทิ การดูแลคนแก่ คนถูกทอดทิ้ง งานทำความสะอาด งานซ่อมสะพาน ซ่อมถนน แม้แต่งานใช้สมองอย่าง การทำบัญชีครัวเรือน ข้อมูลตำบล ข้อมูลเศรษฐกิจตำบล สามารถรองรับคนตกงานได้
" การสร้างงานในชุมชนท้องถิ่นดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม สร้างทุนทางปัญญาให้ชุมชนท้องถิ่น ไม่มีวันสูญหาย บางคนทำแล้วชอบ อาจเป็นนักพัฒนาไปเลย ซึ่งจะนำใส่สู่โครงการใหม่ๆได้อีกมาก เพราะคนกลุ่มนี้ผ่านประสบการณ์จากในเมืองมาเยอะ "
ส่วนรูปแบบ ต้องดำเนินการโดยมีคณะกรรมการมีส่วนร่วม มีตัวแทนภาคเอ็นจีโอ และภาคประชาสังคมที่เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องเป็นกรรมการ ในสัดส่วนที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด หากมีกรรมการจากภาคประชาสังคมน้อย คนเหล่านี้จะไม่มีบทบาทและเป็นได้เพียงไม้ประดับ แล้วรัฐบาลก็อ้างได้ว่ามีตัวแทนจากภาคประชาชนแล้ว
นอกจากนี้ น.พ. พลเดช ยังเสนอความเห็นว่า ในกลุ่มแรงงานที่อายุมากแล้ว หรือ อายุ 40 ปีขึ้นไป เมื่ออยู่ในภาวะตกงานส่วนใหญ่ต้องการกลับไปประกอบอาชีพในชนบท กลุ่มนี้รัฐบาลมีช่องทางที่จะช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเห็นด้วยกับนโยบายของ น.พ.พฤติชัย ดำรงรัตน์ รมช.การคลัง ที่ประกาศให้เช่าที่ดินราชพัสดุในราคาถูก ไร่ละ 20 บาท/คน/ปี
แนวทางดังกล่าวสามารถแก้ปัญหายั่งยืนกว่า การแจก ส.ป.ก.4-01
" ถ้ารัฐบาลจะสร้างอาชีพจริงๆ ส.ป.ก.อย่าแจก ถ้าแจกสุดท้ายไม่พ้นตกไปอยู่ในมือนายทุน แต่ถ้าให้เช่าที่พัสดุ เหมือนเป็นมรดกที่รัฐบาลนี้จะทิ้งให้ประชาชนทั้งประเทศ ขณะนี้วิกฤติแรงงานเกิดขึ้น ต้องเอาภาคประชาสังคมมาร่วมรับผิดชอบ รัฐบาลควรคิดตรงนี้ให้หนัก ถ้าอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงจริงๆต้องมีวิธีคิดในการทำงาน เปลี่ยนเครื่องมือเปลี่ยนช่องทาง และช่องทางที่พูดๆกันว่า ประชาชนต้องมีส่วนร่วมก็อย่าเคลิ้ม
คำว่า ประชาชนต้องมีส่วนร่วม มักจะได้ยินแต่รูปแบบ ถ้าราชการเป็นคนทำ แล้วจะไม่ประสบความสำเร็จ
โครงการ เพิ่มศักยภาพแรงงาน นั้นไม่ได้หวังอะไร ถ้าหวังก็ได้แค่การกระจายเม็ดเงิน ผ่านกระทรวงแรงงาน ก็เพื่อไปถึงชาวบ้านเพื่อไปจับจ่ายใช้สอย ซึ่งไม่ยั่งยืน และหวังยั่งยืนยาก"
|
ที่มา : thannews.th.com
|
ลงวันที่
02/03/2009 00:21:02
จำนวนผู้ชม
1432 ครั้ง
|
|
ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน
|
|