คนแบงก์ฟ้องรัฐถูกนายจ้างบีบ ทหารไทย คัดออกอายุ 40 ขึ้น

คนแบงก์ฟ้องรัฐถูกนายจ้างบีบ ทหารไทย คัดออกอายุ 40 ขึ้น | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : นายจ้าง คัดออก, ข้อมูลเกี่ยวกับ นายจ้าง คัดออก


คนแบงก์ระส่ำ ตกสภาพไม่ต่างแรงงานกลุ่มอื่นๆ ร้องถูกมาตรการแยบยลบีบออก ขณะที่พนักงานแบงก์ที่มีต่างชาติถือหุ้นใหญ่ระทึก หวั่นเจ้านายใหญ่อิมปอร์ตคนนอกเสียบ ทหารไทยเปิดเออร์ลี่รีไทร์ บีบอายุ 40 ปีขึ้นไปออก ประธานสหพันธ์สหภาพฯเตรียมยื่น 4 ข้อให้รัฐบาลช่วยดูแล กำหนดให้บ.ข้ามชาติที่เข้ามาถือหุ้นในไทยต้องคงสัดส่วนการจ้างงานคนไทยมากกว่าต่างชาติ พร้อมเสนอลดภาษีดอกเบี้ยเงินฝากให้ลูกค้า



สืบเนื่องจากที่ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้เคยเสนอข่าวแรงกดดันต่อพนักงานในอุตสาหกรรมธนาคาร ซึ่งแม้ว่าโดยภาพรวมธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจะมีกำไรสุทธิกว่า 80,000 ล้านบาทในปี 2551 แต่เบื้องหลังของกำไรดังกล่าว ความเป็นอยู่ของพนักงานแบงก์แย่ลง เพราะต้องรับเป้าหมาย

สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าพนักงานแบงก์จะถูกมองว่าเป็นกลุ่มระดับกลางที่มีเงินเดือนประจำ แต่ขณะนี้ตกอยู่ในสภาพที่ไม่แตกต่างจากแรงงานกลุ่มอื่นที่ถูกเลิกจ้าง โดยขณะนี้เริ่มเห็นแบงก์

จัดโครงการ Early Retire (เกษียณก่อนกำหนด) และมีกลยุทธ์ที่แยบยลมากขึ้นในการกดดันพนักงานในสายงานที่ไม่ต้องการออก

++สธง.เสนอรัฐดูแลแรงงานแบงก์

ต่อกรณีดังกล่าว นายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ ประธานสหพันธ์สหภาพแรงงานธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน หรือ สธง. ( ซึ่งประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง และปัจจุบันมีพนักงานที่เป็นสมาชิก 25,000 คน )เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า แรงงานแบงก์กำลังจะกลายเป็นปัญหาขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรัฐบาลควรเข้ามากำหนดกติกาทั้งด้านธุรกิจและดูแลแรงงาน โดยเฉพาะขณะนี้แบงก์ที่มีต่างประเทศถือหุ้น มีการดึงแรงงานต่างชาติมาแทนคนไทย โดยอ้างว่าคนไทยไม่มีความสามารถหรือไม่สามารถปรับตัวตามกฎใหม่ มิหนำซ้ำคนต่างชาติที่เข้ามาได้รับเงินเดือนสูงและแตกต่างจากคนไทยอีกด้วย

จากปัญหาดังกล่าว ทางสธง.ได้หารือร่วมกับสมาชิกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อสรุปประเด็นปัญหานำเสนอต่อรัฐบาล 4 ปัญหาเร่งด่วน คือ 1. ให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีบริษัทข้ามชาติเข้ามาถือหุ้นกิจการในประเทศไทย ต้องกำหนดสัดส่วนการจ้างงานให้มีคนไทยมากกว่าคนต่างประเทศ 2. ลดภาษีดอกเบี้ยเงินฝากที่ยังเรียกเก็บในอัตรา 15% สำหรับผู้ฝากเงินลง เพราะเป็นอัตราไม่เหมาะสมกับดอกเบี้ยเงินฝากในระบบที่ได้ปรับลดลงอย่างมากแล้ว 3. ยกเว้นภาษีจากเงินก้อนที่พนักงานธนาคารได้รับจากเกษียณอายุ และ4. ให้พิจารณาผลตอบแทนหรือคอมมิสชันจากการขายประกันของธุรกิจธนาคาร ที่ปัจจุบันยังเป็นปัญหาขัดแย้งระหว่างผู้ปฏิบัติและผู้บริหารเรื่องคอมมิสชันที่ไม่เป็นธรรม

นายชัยสิทธิ์ กล่าวว่า จากการสอบถามกับสมาชิกที่เป็นตัวแทนแต่ละธนาคาร รวมทั้งธนาคารที่มีต่างประเทศถือหุ้นพบว่าธนาคารส่วนใหญ่เริ่มใช้วิธีการแยบยลมากขึ้น คือ ไม่ได้ประกาศลดพนักงานอย่างเป็นทางการ แต่มีนโยบายให้ลดต้นทุน ซึ่งเห็นได้จากการเข้มงวดเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งในที่สุดแล้วก็มีผลกระทบต่อการลดจำนวนคน

ยกตัวอย่างการลดต้นทุนโดยจ้างบริษัทภายนอกทำงานบางประเภทแทนโดยอ้างว่าเป็นการจ้างตามกฎธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่กำหนด เช่น งานด้านความปลอดภัย ระบบคอมพิวเตอร์-ไอที กฎหมาย ซึ่งสธง.กำลังศึกษาว่ามีงานประเภทใดบ้างที่กำหนดให้ธนาคารจ้างบริษัทภายนอกทำงานแทน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนอนาคตข้างหน้า สำหรับพนักงานคนไทยที่มีโอกาสจะถูกเลิกจ้าง

++ทหารไทยบีบ40อัพอ้างเน้นผลงาน

แหล่งข่าวในวงการเงิน กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในต่างประเทศที่ประกาศปรับลดจำนวนพนักงานอยู่ในขณะนี้ ในกลุ่มของแบงก์และประกัน ยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่ต้องจับตามองเพราะมีความเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างจำนวนมาก และหากสาขาแม่ในต่างประเทศถูกกระทบแล้ว ก็คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะกระทบสาขาในไทยภายในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ อาจเห็นหลายแห่งที่ประกาศลดพนักงานด้วย

ทั้งนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" สำรวจสภาพการจ้างและแผนการลดจำนวนพนักงานของแบงก์ในระบบ หลังเปิดปี 2552 ถึงแม้ว่าโดยภาพรวมยังไม่มีใครประกาศลดพนักงานอย่างเป็นทางการ แต่เริ่มเห็นการเปิดแคมเปญเออร์ลี่รีไทร์ หรือเกษียณอายุก่อนกำหนด

แหล่งข่าวจากธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ต้นปีที่ผ่านมาพนักงานได้รับหนังสือเวียนจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล เรื่องจัดโครงการเกษียณก่อนอายุ(Early Retire) โดยโครงการดังกล่าวเพิ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคาร 29 ธ.ค.2551 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ธนาคารอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภายในใหม่ หลังการเข้ามาถือหุ้นของกลุ่มไอเอ็นจี กรุ๊ป และตั้งนายบุญทักษ์ หวังเจริญ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งไอเอ็นจีได้ส่งคนเข้ามาดูแลงานด้านบริหารความเสี่ยงและเครดิต

ก่อนหน้านี้ นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า คณะกรรมการของธนาคารได้อนุมัติวงเงิน 800 ล้านบาทสำหรับโครงการเออร์ลี่รีไทร์กลางปี 2552

ทั้งนี้ โครงการเออร์ลี่รีไทร์ของแบงก์ที่ออกมานั้น อ้างวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานที่ไม่สามารถปรับตัวไปกับธนาคารซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นผลงานเป็นหลัก (High Performance) โดยระบุสิทธิของผู้เข้าร่วมโครงการ พนักงานทุกตำแหน่งที่มีอายุ 40 ปีขึ้น และมีอายุงาน 15 ปีขึ้นไป ยกเว้นพนักงานที่จะครบเกษียณอายุงานในปี 2552 รวมทั้งยังมีเงื่อนไขของการสมัครออกว่าการพิจารณาอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของธนาคารแต่เพียงฝ่ายเดียวและถือเป็นที่สุด ขณะที่ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน แจ้งเพียงว่าจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ผลประโยชน์ตอบแทนเพิ่มจะประกาศให้ทราบในภายหลัง

++ไทยพาณิชย์โละพนง.เคลียริ่ง

แหล่งข่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมาธนาคารเริ่มโครงการเกษียณก่อนอายุ เฉพาะพนักงานเคลียริ่งประมาณ 80-100 คนโดยเสนอให้เงินชดเชย 23เดือนบวกเงินสดอีก 100,000 บาท แต่จนถึงเวลานี้ยังไม่มีคนเข้าโครงการ เพราะส่วนใหญ่บอกว่าเป็นการถูกจ้างออกที่ไม่คุ้ม นอกจากนี้ต้นปีธนาคารมีนโยบายให้ตัดงบประมาณสาขา 50% แต่กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจเพิ่มเฉลี่ย 100-200% ต่อคน

แหล่งข่าวจากธนาคารนครหลวงไทย จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาพนักงานไอทีได้มีการประท้วงเงียบเป็นการภายใน โดยสวมเสื้อสีดำข้างหลังเสื้อ

มีเครื่องหมายวงกลมคาดแดงพร้อมข้อความ Out Source ซึ่งมีนัย "No Out Source" หรือไม่เอาบริษัทรับจ้างภายนอก เพราะหลังจากสายงานไอทีได้รับแจ้งนโยบายที่ธนาคารจะว่าจ้างทางบริษัทไอบีเอ็มฯมาดูแลงานระบบไอทีโดยให้พนักงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 200-300 คนไปสมัครเป็นพนักงานนั้น ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปจากคณะกรรมการของธนาคาร

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค.นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเข้าร่วมการประชุมผู้บริหารสำนักงานใหญ่ โดยได้มีการสอบถามประเด็นดังกล่าว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

++เอชเอสบีซีไม่มีนโยบายลดพนักงาน

นางสาวสลิลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารแม่จากอังกฤษยังไม่มีนโยบายด้านลดพนักงาน จากก่อนหน้าที่ได้ปรับลดคนไป 1,000 คนจากจำนวนพนักงานทั่วโลก 100,000 คน ส่วนประเทศไทยมีพนักงานจำนวน 1,035 คนยังไม่มีนโยบายโยกย้ายหรือปรับลด และไม่มีการจัดโครงการเกษียณก่อนอายุ แต่หากมีพนักงานลาออกทางธนาคารไม่มีนโยบายรับคนใหม่มาแทนหากเป็นตำแหน่งไม่จำเป็น

ก่อนหน้านี้ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) มีนโยบายลดพนักงาน 200 คน ซึ่งนางประถมาภรณ์ สวัสดิ-ชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) จำกัด กล่าวว่า ธนาคารยังดำเนินนโยบายสาขาต่อเนื่องจากทุกๆปีที่ธนาคารจะมีการทบทวนแผนธุรกิจและปรับโครงสร้างธุรกิจตามแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและภาวะเศรษฐกิจ ในหลักการสำหรับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย)ไม่จำเป็นต้องเปิดสาขาแข่งขันการให้บริการเช่นธนาคารขนาดใหญ่ ดังนั้น นโยบายสาขาปีนี้ แม้ยังไม่สรุปตัวเลขชัดเจนแต่แนวโน้มการเปิดและปิดสาขาน่าจะอยู่ในปริมาณใกล้เคียงกับปีก่อนคือ ปิด 4 สาขา และเปิดใหม่ 5 สาขาโดยรวม ณ สิ้นปีน่าจะมีจำนวน 39สาขาเท่ากับในขณะนี้ (เป็นสาขาในต่างจังหวัด 7-8 สาขา) ขณะที่ปัจจุบันมีจำนวนพนักงาน 2,000 คน

อนึ่ง จากการตรวจสอบค่าใช้จ่ายด้านพนักงานของธนาคารในปี 2551 พบว่าส่วนใหญ่ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม 1,688 ล้านบาทหรือ 14.1%เป็น 13,680 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจากที่ธนาคารจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษให้แก่พนักงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและจากการที่มีพนักงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,118คน , ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่ายด้านพนักงานเพิ่มขึ้น 179 ล้านบาทหรือ 6.5% (หรือคิดเป็น 11,775 ล้านบาท) จากการปรับเพิ่มเงินเดือนในปีก่อนและจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ,ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่ายพนักงานทั้งสิ้น 5,994.40 ล้านบาท เพิ่ม 1,226 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าซึ่งค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 4,401.37 ล้านบาท , ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่ายพนักงาน 3,610.86 ล้านบาทจากปีก่อนหน้าที่ 3,097.80 ล้านบาท เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ




ลงวันที่ 02/03/2009 00:30:36
จำนวนผู้ชม 1706 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์