ปลด เพชรวรรต พ้นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน ภาค5

ปลด เพชรวรรต พ้นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน ภาค5 | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน ภาค5, ข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงาน ภาค5



ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - ศาลแรงงานกลางเผยมีคำสั่งให้ปลด "เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล" แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ทาสรับใช้ "ทักษิณ" พ้นจากตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานภาค 5 แล้ว หลังเรื่องยืดเยื้อเกือบปีเพราะเจ้าตัวทู่ซี้ไม่ยอมออกให้ตั้งกรรมสอบ
       
       แหล่งข่าวในศาลแรงงานกลาง เปิดเผยว่า นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลแรงงานภาค 5 ได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วอย่างสมบูรณ์แล้วอันเป็นผลมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ
       
       ผลของการพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งของนายเพชรวรรต ดังกล่าวถูกส่งไปยังสำนักงานศาลแรงงานภาค 5 (เชียงใหม่) แต่ยังอยู่ในขั้นตอนภายในของศาล เมื่อ "ASTVผู้จัดการออนไลน์" สอบถามไปยังศาลแรงงานภาค 5 ได้รับคำตอบเพียงว่าเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในชั้น "ลับ" หากต้องการทราบข้อมูลอาจจะทำหนังสือสอบถามมาอย่างเป็นทางการเสียก่อน แต่จากการตรวจสอบเว็บไซต์ของศาลแรงงานภาค 5 ไม่ปรากฏรายชื่อของนายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ในฐานะผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างอีกต่อไป
       
       ทั้งนี้ นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ได้ใช้ฐานะนักธุรกิจผู้ประกอบกิจการโรงแรมสมัครเข้าเป็นผู้พิพากษาศาลสมทบ และได้ตำแหน่งเมื่อปี 2548 หลังจากมีกรณีเป็นแกนนำคนเสื้อแดงก่อเหตุในจังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่อง ได้มีผู้ร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของนายเพชรวรรต ไปยังอธิบดีศาลแรงงานภาค 5 จนมีการเสนอเรื่องพิจารณาเป็นลำดับจนให้พ้นจากตำแหน่งในที่สุด
       
       แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แรกทีเดียวมีการไกล่เกลี่ยภายในขอให้นายเพชรวรรต ลาออกจากตำแหน่งไปเองโดยดี เพราะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับฐานะข้าราชการฝ่ายตุลาการ ทั้งนี้ เพราะมาตรา 23 ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 กำหนดว่าผู้พิพากษาสมทบเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา และต้องรักษารักษาวินัยของข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ตามมาตรา 24
       
       แต่ทว่านายเพชรวรรต ปฏิเสธไม่ลาออก จึงมีการพักงานในช่วงต้นปี 2552 ไม่ให้ร่วมการพิจารณาคดีแต่ยังต้องรอผลการพิจารณาจากคณะกรรมการตุลาการเนื่องจากการให้ผู้พิพากษาสมทบพ้นจากตำแหน่งมีขั้นตอนรายละเอียดตามกฎหมาย ระหว่างนั้นนาชเพรวรรตยังเคลื่อนไหวต่อเนื่องในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง
       
       สำหรับคุณสมบัติของผู้พิพากษาสมทบตามมาตรา 14 ของกฎหมายฉบับเดียวกันระบุว่า ผู้พิพากษาสมทบต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้(1) มีสัญชาติไทย (2) บรรลุนิติภาวะ 3) มีภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำงานอยู่ในเขตศาลแรงงานนั้น (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถหรือ คนเสมือนไร้ความสามรถ (5) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 6) เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
       
       (7) ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือพ้นเวลาที่ศาลได้กำหนดในการรอการ ลงโทษแล้ว (8) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง สมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง หรือทนายความ หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง
       
       นอกจากนั้นยังต้องรักษาวินัยของข้าราชการตุลาการ เนื่องจากผู้พิพากษาสมทบเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา จึงต้องถือวินัยและระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการในการดำรงตำแหน่งดังกล่าว.

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน




ลงวันที่ 11/08/2009 15:52:22
จำนวนผู้ชม 4688 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์