อุบลราชธานี - เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ปาฐกถาย้ำให้สถาบันระดับอุดมศึกษาเร่งจัดระบบการศึกษาไทยให้ก้าวทันโลกการศึกษาไร้พรมแดน เพื่อตอบสนองตลาดแรงงาน
ที่ห้องประชุมใหญ่ โรงแรมอุบลอินเตอร์เนชั่นแนลแกรนด์ จ.อุบลราชธานี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กล่าวในการประชุมสภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปขมท.) ว่ากระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของประชาคมโลก
ซึ่งการอุดมศึกษาไทยต้องเผชิญกับความท้าทายในทศวรรษหน้า 5 ปัจจัย คือ 1.ความเป็นอิสระในการจัดอุดมศึกษาไทย 2.บทบาทของอุดมศึกษาภาคเอกชน 3.การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา คุณภาพทางการศึกษา 4.เอกภาพในการจัดการอุดมศึกษาไทย และสุดท้ายการเปิดประตูอุดมศึกษาไทยสู่สากล
สำหรับความสามารถของอุดมศึกษาไทยที่จะก้าวผ่านความท้าทายที่ต้องเผชิญดังกล่าว ต้องสร้างความเข้มแข็งให้อุดมศึกษาไทยมีความพร้อม มีความยืดหยุ่น คล่องตัวในการบริหารจัดการ มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาองค์กร เป็นแถวหน้าในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจนในวงการอุดมศึกษาขณะนี้คือ การเปลี่ยนมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ สามารถสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ มีการปรับระบบบริหารงานบุคคล ปรับปรุงบริบทที่เกี่ยวข้องให้รองรับการพัฒนาการอุดมศึกษาของชาติ
ส่วนหลักการสำคัญของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ คือ รัฐบาลดูแล กำกับ ส่วนกระบวนการเป็นเรื่องที่จัดการกันเองภายในองค์กร โดยงบประมาณรัฐบาลจัดสรรให้ ส่วนมหาวิทยาลัยต้องทำผลผลิตคือ คนกับความรู้
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากล่าวต่อว่า การพัฒนาอุดมศึกษาไทยให้เข้มแข็ง สถาบันอุดมศึกษาทั้งประเทศ ต้องตอบสนองความต้องการของประชาชนและตลาดแรงงาน โดยมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ เพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของประชาคมโลก
ขณะเดียวกัน ดร.สุเมธได้มอบใบประกาศเกียรติคุณให้บุคลากรสายสนับสนุนการศึกษาดีเด่นประจำปี 2553 จำนวน 3 คนคือ นางผกามาศ ธนพัฒนพงศ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายวรเทพ มุธวรรณ มหาวิทยาลัยบูรพา นายทะนงศักดิ์ คีรีรัตน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์