รัฐบาลเล็งตั้ง 5เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน นำร่องแม่สอด5.6พันไร่ดูดปิโตรเคมีลงพื้นที่

รัฐบาลเล็งตั้ง 5เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน นำร่องแม่สอด5.6พันไร่ดูดปิโตรเคมีลงพื้นที่ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : 5เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน , ข้อมูลเกี่ยวกับ 5เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน



รัฐบาลปักธงอ.แม่สอดนำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน กันพื้นที่ 5.6 พันไร่ ตั้งนิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า เขตการพาณิชย์ ป้อนตลาดพม่า และอาเซียน พร้อมอัดฉีดสิทธิพิเศษทางภาษี และใช้แรงงานต่างด้าวได้อย่างเสรี เล็งต่อท่อก๊าซเข้าพื้นที่ลุยอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดหากสำเร็จขยายอีก 4 พื้นที่รอบประเทศ ด้านพม่าตั้งนิคมอุตสาหกรรมเมียวดีรองรับ เปิดประตูสู่ภูมิภาคเอเชียใต้
       
       ปักธง5.6พันไร่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ
       

       นิยม ไวยรัชพานิชย์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการขยายความร่วมมือทางการค้ากับประเทศพม่า ว่า ขณะนี้ภาครัฐและเอกชนได้ผลักดันที่จะให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยล่าสุดได้อนุมัติโครงการนำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษไทยพม่า ซึ่งจะใช้พื้นที่ตั้งแต่แม่ปะถึงตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีเนื้อรวมทั้งสิ้นกว่า 5,600 ไร่ รวมทั้งจะสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 ในบริเวณบ้านวังตะเคียน โดยในบริเวณนี้จะอยู่ตรงข้ามเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีของประเทศพม่า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรียกเลิกเขตป่าในบริเวณนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และการหาข้อสรุปโครงสร้างการบริหารในเขตเศรษฐกิจพิเศษว่าจะเป็นไปในแบบนิคมอุตสาหกรรม หรือตั้งองค์การมหาชนเข้ามาดูแล
       
       อัดฉีดสิทธิพิเศษดึงลงทุน
       
       โดยอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆที่จะเข้ามาตั้งในบริเวณนี้จะได้สิทธิพิเศษทางภาษีของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ในเขต 3 และสิทธิพิเศษทางภาษีของการนิคมอุตสาหกรรม เช่น ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบ หรือวัสดุจำเป็นสำหรับส่วนที่ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นระยะเวลา 5 ปี อนุญาตให้หักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกจากกำไรสุทธิร้อยละ 25 ของเงินที่ลงทุนแล้วในการนั้นในกิจการที่ได้รับส่งเสริม โดยผู้ได้รับการส่งเสริมจะเลือกหักจากกำไรสุทธิของปีใดปีหนึ่ง หรือหลายปีก็ได้ภายใน 10 ปี เป็นต้น
       
       เล็งดูดอุตฯปิโตรเคมีลงพื้นที่
       
       นอกจากนี้ผู้ที่เข้าไปตั้งโรงงานในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิพิเศษในการใช้แรงงานจากประเทศพม่า ซึ่งแรงงานสามารถเข้ามาทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับได้ ทำให้เหมาะที่จะเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก และเป็นอุตสาหกรรมสะอาด เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป อุตสาหกรรมผลิตสินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อป้อนเข่าสู่ประเทศพม่า เป็นต้น ตลอดจนอุตสาหกรรมที่ต้องใช้วัตถุดิบจากประเทศพม่า โดยในขณะนี้ได้มีการเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ต่อท่อก๊าซธรรมชาติจากพม่าเข้ามายังบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ซึ่งเหมาะที่จะให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีจากมาบตาพุดขยายการลงทุนเข้ามายังบริเวณนี้
       
       เตรียมขยายเขตศก.พิเศษเพิ่ม 4 แห่ง
       
       ทั้งนี้ยังก่อให้เกิดการพัฒนาภาคการพาณิชย์ในบริเวณดังกล่าว เกิดการสร้างคลังสินค้า และส่งออกไปยังประเทศพม่าผ่านไปยังท่าเรือลงทะเลอันดามัน หรือเข้าไปยังประเทศอินเดีย โดยในการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้รัฐบาลแทบไม่ได้อุดหนุนงบประมาณ เพราะภาคเอกชนพร้อมที่จะเข้ามาร่วมลงทุนอยู่แล้ว เพียงแต่ลงทุนในเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ส่วนในอานคาหากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จคาดว่าจะขยายไปตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนไปอีก 4 แห่ง ได้แก่ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย , อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส , จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดสระแก้ว
       
       
พม่าตั้งนิคมอุตฯเมียวดีประตูสู่ตะวันตก
       

       ด้าน บรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า ในส่วนของเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี ประเทศพม่านั้น ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 10 กิโลเมตร ทางรัฐบาลพม่าได้กันพื้นที่ไว้กว่า 5,000 ไร่ ส่วนในเฟตแรกได้ก่อสร้างเสร็จแล้วพร้อมที่จะให้บริการประมาณ 1,250 ไร่ โดยได้ลงทุนระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน คลังสินค้า เขตพาณิชยการ และอาคารสถานที่ราชการวันสต๊อปเซอร์วิส ซึ่งรัฐบาลพม่าได้ตั้งเป้าหมายให้อำเภอเมียวดีเป็นประตูสู่ตะวันตกของอาเซียน ดังนั้นหากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษของฝั่งไทยยังไม่รีบเร่งดำเนินการ ความเจริญ และเม็ดเงินที่คาดว่าไทยจะได้จะตกไปอยู่ในฝั่งประเทศพม่า เพราะมีความพร้อมทุกด้าน และค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่า
       
       อย่างไรก็ตาม การที่พม่าตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมเมียวดี ก็จะเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปลงทุนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก และสามารถส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียงกับพม่า นอกจากนี้ถ้าในอนาคตระบบการเมืองของพม่าเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ต่างชาติก็จะยกเลิกมาตรการกีดกันพม่า และให้สิทธิพิเศษทางภาษีจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้ประกอบการไทยก็จะได้ประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย รวมทั้งการที่ภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวอย่างมากในเมียวดี จะเกิดการจ้างงานเพิ่ม 1-2 แสนราย ก็จะทำให้การค้าชายแดนในบริเวณนี้มีความคึกคักมากขึ้น

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์




ลงวันที่ 20/04/2010 10:24:52
จำนวนผู้ชม 2526 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์