รบ.งัดโมเดลเช็คช่วยชาติจ่ายลูกจ้าง-พนักงานเจอพิษม็อบแดง ธปท.หวั่นกระทบจีดีพี คลังกลัวส่งออกวูบ

รบ.งัดโมเดลเช็คช่วยชาติจ่ายลูกจ้าง-พนักงานเจอพิษม็อบแดง ธปท.หวั่นกระทบจีดีพี คลังกลัวส่งออกวูบ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : เช็คช่วยชาติจ่าย, ข้อมูลเกี่ยวกับ เช็คช่วยชาติจ่าย

รัฐบาลออกมาตรการแบบเดียวกับเช็คช่วยชาติ จ่ายลูกจ้างและพนักงาน 2 หมื่นรายที่ได้รับผลกระทบจากม็อบเสื้อแดงหัวละ 3 พันบาท ทางด้านธปท.เป็นห่วงส่งผลกระทบต่อจีดีพี ขณะที่คลังหวั่นทำส่งออกร่วง

จ่ายเช็ค3พันบ.ช่วยลูกจ้างพื้นที่ม็อบ


นางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เชิญผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ มาหารือเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตามกรอบการช่วยเหลือที่ได้รับเห็นชอบจากฃคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่บ้านมนังคศิลา โดยเบื้องต้นได้รับแจ้งตัวเลขพนักงานและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบประมาณ 20,000 ราย แบ่งเป็นโรงแรมในพื้นที่ 10 แห่ง จำนวน 3,297 ราย ร้านค้าปลีกในห้างและโรงแรมอีก 17,000 ราย ส่วนร้านโดยรอบ 1,700 ร้าน


นางอัญชลี กล่าวว่า แนวทางการช่วยเหลือที่ได้หารือและเตรียมเสนอครม.ในสัปดาห์หน้า คือ การนำโมเดลช่วยเหลือในรูปการจ่ายเช็คช่วยชาติมาใช้ โดยคำนวณจากรายได้เฉลี่ยของพนักงานและลูกจ้าง ทั้ง 20,000 ราย  เดือนละไม่เกิน 15,000 บาท เมื่อคำนวณอัตราช่วยเหลือแล้ว จะอยู่ที่รายละประมาณ 3,000 บาท ขณะนี้ผู้ประกอบการได้แจ้งรายชื่อพนักงานและลูกจ้างมาให้แล้ว ทั้งนี้ ไม่ได้สงวนสิทธิสำหรับนายจ้าง ที่ต้องการจะใช้สิทธิตามมาตรา 75 ของกฎหมายแรงงาน เพื่อรับความช่วยเหลือจากรัฐด้วย


ให้ก.แรงงานช่วยหาบเร่แผงลอย


นางอัญชลีกล่าวว่า พนักงานและลูกจ้างที่ได้รับการแจ้งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มลูกจ้างที่อยู่นอกระบบประกันสังคม  2.กลุ่มที่ได้รับค่าจ้างน้อย แต่ได้ค่าตอบแทนจากยอดขายสินค้าจำนวนมาก และ 3.กลุ่มลูกจ้างในระบบประกันสังคม แต่มีรายได้น้อย โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ 1 และ 2 ที่กำลังมีปัญหาขาดรายได้ และต้องรีบช่วยเหลือเป็นการด่วน การจ่ายเงินช่วยเหลือที่สามารถดำเนินการได้ทันที น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลุ่มที่ 1 ไม่มีการลงทะเบียนทางการทำให้ต้องตรวจสอบข้อมูลและให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษอีกครั้ง รวมทั้งโรงแรมยูโร แกรนด์ โฮเต็ล ที่ตั้งอยู่ใกล้กับบ้านของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับแจ้งว่า ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากลูกค้าหายไปหมดแล้ว
 

ด้านนายเกียรติ สิทธิอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานพิจารณารายละเอียดการจ่ายเงินช่วยเหลือรายละ 3,000 บาทอีกครั้งว่า จะมีการปรับเพิ่มหรือลดวงเงิน ก่อนเสนอครม. ส่วนผู้ประกอบการย่านผ่านฟ้า และพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ จะเชิญมาหารือในครั้งต่อไป สำหรับพ่อค้าหาบเร่แผงลอย และพนักงานลูกจ้าง ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ ได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานตั้งโต๊ะรับจดทะเบียน และดูรายละเอียดเงื่อนไขการช่วยเหลืออีกครั้ง  


ธพว.คาดพ.ค.ให้กู้ร้านค้าได้


นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนารัฐวิสาหกิจขนาดการและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ล่าสุดได้รับแจ้งรายชื่อผู้ประกอบการในพื้นที่ราชประสงค์แล้ว 1,700 แห่ง ทั้งหมดเป็นร้านค้าที่ตั้งอยู่ในห้างและโรงแรมที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่จากนี้เอสเอ็มอีแบงก์จะกำหนดรายละเอียดการดำเนินงานให้ชัดเจนรวมทั้งเปิดจุดบริการในห้างหรือโรงแรมที่กำลังประสบปัญหาเพื่ออำนวยความสะดวกรวมทั้งผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อ คาดว่าจะเริ่มปล่อยกู้ได้ในเดือนพฤษภาคมนี้


ธปท.เพิ่มเป้าศก.โต4.3-5.8%


วันเดียวกัน นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ เดือนเมษายน ว่า ธปท.ได้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปี 2553 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.3-5.3% เป็น 4.3-5.8% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2552 และไตรมาส 1 ปี 2553 แข็งแกร่งกว่าที่ประเมินไว้มาก ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวชัดเจนขึ้น สนับสนุนให้การส่งออกของไทยใน 8 ไตรมาสข้างหน้าขยายตัวดีกว่าที่ประมาณการณ์ไว้เดิม

 

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาสะท้อนระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน และมีความเป็นไปได้ที่จีดีพี ไตรมาส 1 ปีนี้จะขยายตัวสูงกว่า 8% ขณะที่ธปท.รักษาระดับอัตราเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ต่ำ เอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานก็ปรับลดลงอยู่ที่ 1%ทั้งหมดส่งผลให้ความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจไทยดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ปีนี้จีดีพีมีโอกาสขยายตัว 5.0-5.5% เป็นไปได้มากที่สุด


การเมืองกระทบจีดีพี0.9%

 

"สำหรับปัญหาทางการเมือง คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ก่อนจะทยอยบรรเทาลงในช่วงที่เหลือของปี และจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ในปี 2554 ที่คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 3-5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.8-4.8%" นายไพบูลย์ กล่าวและว่า ปัญหาการเมืองมีผลกระทบต่อจีดีพีประมาณ 0.9% และไม่ได้มองแง่ดีมากนัก แต่ประเมินได้ไม่ชัดว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายไปในแนวทางใดและจะส่งผลกระทบขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นหรือไม่แต่ความเสี่ยงด้านลบมีน้อยลง


นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับปัจจัยทางการเมือง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจใน 3 สาขา คือ 1.ภาคการท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวหดตัวประมาณ 7% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4% 2.การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะแผ่วลง แต่ยังขยายตัวได้พอสมควรจากความจำเป็นในการขยายหรือรักษากำลังการผลิต โดยเฉพาะภาคการส่งออก ในช่วง 3 ไตรมาสสุดท้าย คาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 5.1% จากเดิมหากไม่มีปัญหาการเมืองจะขยายตัวที่ 8.9 % และ3.การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ในอัตราที่แผ่วลง เพราะกิจกรรมบางส่วนไม่สามารถดำเนินไปได้เป็นปกติและผู้บริโภคที่มีความเชื่อมั่นลดลงจะเลื่อนการบริโภคออกไปก่อน


คลังห่วงม็อบฉุดส่งออกรูด


นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในช่วง 3 ไตรมาสสุดท้ายคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 2.5% แต่ถ้าไม่มีปัญหาการเมืองจะขยายตัวถึง 5.3% ส่วนความเสี่ยงที่จะมีผลต่อขยายตัวทางเศรษฐกิจ คือเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยจะฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่ประเมินไว้ จากปัญหาการว่างงานของกลุ่มประเทศจี 3 ที่ยังอยู่ในระดับสูง และปัญหาหนี้ภาครัฐของบางประเทศในยุโรป ส่วนปัจจัยเสี่ยงในประเทศ จากปัญหาการเมือง หากยืดเยื้อและรุนแรงจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งการบริโภคและการลงทุน และมีผลสำคัญต่อรายได้จากการท่องเที่ยว รวมถึงการเบิกจ่ายของภาครัฐ


ด้านนายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไตรมาสแรกคาดว่าจะขยายตัวสูงกว่าที่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 8% อาจจะถึง 9% ผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้การส่งออกขยายตัวสูงมาก ประกอบกับนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายต่อเนื่องทำให้การบริโภคและการลงทุนปรับตัวดีขึ้น ส่วนปัจจัยทางการเมืองยังไม่กระทบเศรษฐกิจในไตรมาสแรก แต่การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมีนาคมที่ลดลง และเริ่มเห็นรถยนต์ยอดขายลดลง ทำให้ต้องติดตามดู เพราะหากการชุมนุมยืดเยื้ออาจกระทบต่อการส่งออก จากการที่ผู้ซื้อจากต่างประเทศอาจจะเกรงว่า จะมีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าทั้งทางเรือ หรือสนามบิน


เชื่อเครดิตดีจากทุนสำรองฯปึ้ก


นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค.ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยถือว่าดีมาก โดยเฉพาะเสถียรภาพนอกประเทศ เห็นได้จากดุลการค้า 3 เดือนที่เกินดุล 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลบัญชีเดินสะพัด 2 เดือนเกินดุล 3.5 พันล้านดอลลาร์ และทุนสำรองทางการระหว่างประเทศที่สูงถึง 1.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าหนี้ระยะสั้นถึง 4.8 เท่า ทำให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของเงินกู้ยืมต่างประเทศของไทย แม้ว่าจะปรับมุมมองของประเทศ

ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 18:00:46 น.  มติชนออนไลน์




ลงวันที่ 02/05/2010 00:05:20
จำนวนผู้ชม 2103 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์